ลองใช้งาน Mitsubishi Xpander HEV
ให้ฟิลลิ่งเหมือนขับรถ EV
ลองขับโดย
วชิระ เรืองมาลัย
บรรณาธิการอำนวยการ
acarnewsonline
New Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander Cross HEV รุ่นปี 2026 Minorchange เปิดตัวด้วยสโลแกน "พื้นที่ใหญ่ ใส่ให้เต็มที่"
ราคาเปิดตัว
- New Xpander HEV: 939,000 บาท
- New Xpander Cross HEV: 969,000 บาท

มาพร้อมขุมพลัง e:MOTION Full Hybrid
ระบบเดียวกับที่ใช้ใน Xforce HEV เป็นฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ของมิตซูบิชิ ผสาน 3 เทคโนโลยีหลักคือ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด + 7 Drive Mode + Active Yaw Control (AYC)
เครื่องยนต์ : เบนซิน 4 สูบ MIVEC 1.6 ลิตร (1,590 ซีซี) รหัส 4A92 กำลัง 95 แรงม้า ที่ 5,100 รอบ/นาที แรงบิด 134 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที
มอเตอร์ไฟฟ้า : Permanent Magnet Synchronous Motor กำลัง 116 แรงม้า แรงบิด 255 นิวตันเมตร
แบตเตอรี่ : ลิเธียมไอออน ความจุ 1.1 kWh ติดตั้งใต้เบาะคู่หน้า
ระบบขับเคลื่อน : ล้อหน้า FWD พร้อมเกียร์ Transaxle แบบเดียวกับรถ EV และชุด PDU ที่ยกมาจาก PHEV
อัตราสิ้นเปลืองเคลมประมาณ 19.2 กม./ลิตร
จุดเด่นคือระบบจะสลับการทำงานอัตโนมัติเอง ตั้งแต่ ออกตัวด้วย EV ความเร็วต่ำด้วยมอเตอร์ และความเร็วสูงใช้เครื่องยนต์+มอเตอร์ช่วยกัน ให้แรงบิดสูงสุด 255 นิวตันเมตร
การขับขี่
- 7 Drive Mode: Normal, Wet, Gravel, Tarmac, Mud, EV Priority, Charge
- Active Yaw Control (AYC): ควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง
- ช่วงล่างและระบบกันสะเทือนปรับจูนใหม่ ทดสอบจริงบนถนนไทยกว่า 100,000 กม.

มาดูความใหม่ในรุ่นปี 2026
ดีไซน์สปอร์ตพรีเมียมขึ้น
- กระจังหน้าดีไซน์ใหม่สีเข้ม Dynamic Shield สีดำ ไฟหน้าใหม่กรอบสีดำ
- กันชนหน้า-หลังออกแบบใหม่ ไฟตัดหมอกหน้า LED ทรงกลม
- ไฟท้ายและกันชนหลังใหม่ พร้อมคิ้วเสริมไฟทับทิมแนวนอน
- ล้ออัลลอยลายใหม่ 17 นิ้ว ยาง 205/55 R17 ในรุ่น Xpander HEV
ความปลอดภัยและออปชั่นเป็นจุดที่เพิ่มมาเยอะสุดจากรุ่นก่อน
- ถุงลมนิรภัย 6 ใบ (เพิ่มจาก 2 ใบ)
- กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา Around View Monitor เฉพาะรุ่น Cross HEV
- ระบบ ADAS เต็มระบบ, เบรกมือไฟฟ้า + Auto Hold
- ห้องโดยสาร 7 ที่นั่ง 3 แถว ปรับพับได้ยืดหยุ่น เน้นใช้งานครอบครัวและเชิงพาณิชย์
ถ้ากำลังเทียบกับ Xpander HEV Play รุ่นพิเศษที่ขายก่อนหน้านี้ ตัวใหม่ปี 2026 นี้จะได้กระจังหน้า-ไฟท้ายใหม่และระบบความปลอดภัยที่ครบกว่าเดิม ในราคาเพิ่มจากเดิมแค่ประมาณ 6,000 บาท ถือว่าคุ้มขึ้นเยอะครับ
ในส่วนของผลการทดลองขับขี่
รุ่น HEV บุคลิกเปลี่ยนไปจาก Xpander 1.5 เบนซินเดิมเยอะมาก ครับ คือแรงขึ้นและเงียบขึ้นแบบรู้สึกได้ อัตราเร่งตัวเลขต่างกันตามวิธีวัด แต่เร็วขึ้นกว่ารุ่นน้ำมันชัดเจน
เคลมโรงงาน / โบรชัวร์ 0-100 กม./ชม. 9.7 วินาที
ทดสอบจริง 0-100 เฉลี่ย 10.17 วินาที / 80-120 เฉลี่ย 9.13 วินาที เทียบกับรุ่นเบนซิน 1.5 เดิมที่ทำ 15.5 วินาที คือเร็วขึ้น 3 วินาทีเต็ม
เครื่องยนต์"กระฉับกระเฉงกว่าเจนเดิมชัดเจน" และทำงานเนียนต่อเนื่อง อารมณ์เหมือนขับรถ EV มากกว่าไฮบริดทั่วไป โดยเฉพาะโหมด Tarmac จะหน่วงหนัก รีเจนไฟแรง ดึงแบบหัวทิ่ม ให้ฟีลสปอร์ตสุด
ด้านความประหยัดตาม Eco Sticker ทางการ รวม 19.2 กม./ลิตร (5.2 ลิตร/100กม.)ในเมือง 21.7 กม./ลิตร (4.6 ลิตร/100กม.) นอกเมือง 17.8 กม./ลิตร (5.6 ลิตร/100กม.)ประหยัดขึ้นประมาณ 30% จากรุ่นน้ำมันเพราะออกตัวและวิ่งช้า ๆ จะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าล้วนได้เลย การขับขี่ 7 โหมด + AYC คือจุดเด่นที่ชอบสุด
ทางดำ / ในเมืองโหมด Normal / Tarmac + AYC ทำให้เข้าโค้งมั่นใจขึ้น พวงมาลัยคมขึ้น ทางฝุ่น / โคลน ลองโหมด Gravel และ Mud ประทับใจ แม้เป็นขับ 2 แต่ลุยได้ไม่ต่างจากขับ 4 เพราะระบบควบคุมล้อหมุนฟรีทำงานดี
ช่วงล่างรุ่นใหม่ปี 2026 ปรับมาเพื่อนุ่มขึ้นแต่ยังเฟิร์ม เสียงในห้องโดยสารเงียบลงเพราะเครื่อง 1.6 ไม่ต้องเค้นรอบสูงเหมือน 1.5 เดิมอัตราเร่งดี ช่วงล่างมั่นใจ และห้องโดยสารกว้างเหมือนเดิม ถ้าใช้ในเมืองเป็นหลัก + มีครอบครัว 7 ที่นั่ง ตัว HEV จะตอบโจทย์กว่าเบนซินเดิมตรงที่ออกตัวไม่อืดแล้ว และประหยัดค่าน้ำมันลงชัดครับ
ขับต่างจังหวัดอัตราเร่งและความคล่องตัว คือจุดที่ Xpander HEV ได้เปรียบรุ่นเบนซินเดิมชัดที่สุดอัตราเร่งทางไกล เร่งแซงถ้าวิ่ง 90-120 ยาว ๆ แรงบิดมอเตอร์ 255 นิวตันเมตรจะมาช่วยทันที ไม่ต้องรอรอบเหมือน 1.5 CVT เดิม
ความเร็ว 80-120 กม./ชม. (ช่วงเร่งแซงสำคัญสุด) ทดสอบจริงเฉลี่ย 9.13 วินาที ถือว่าเร็วสุดในกลุ่ม MPV 7 ที่นั่งด้วยกัน บางช่วง วัดได้ 9.8 วินาที แต่ก็ยังเร็วกว่า Veloz และ XL7 Hybrid ที่ทำได้ 10.7 วินาที

ฟีลลิ่งจริงคือ กดคันเร่งเพื่อแซงบนถนน 2 เลน รถพุ่งเลย ไม่ต้องลุ้นเหมือนรุ่นเก่า ที่ต้องเค้น 5,000 รอบ แต่พอเกิน 130-140 ขึ้นไป แรงปลายจะแผ่วลงหน่อย เพราะระบบจะเน้นประหยัดมากกว่าปลายไหล นี่เป็นข้อสังเกตคือความเร็วปลายรุ่น HEV น้อยกว่ารุ่นเบนซิน แต่ช่วงออกตัวและกลางฉับไวกว่า ความคล่องตัวบนถนนต่างจังหวัดโหมด Tarmac สำหรับทางดำแห้ง ๆ โหมดนี้จะทำให้คันเร่งไว พวงมาลัยหนักขึ้น และระบบ AYC (Active Yaw Control) จะเบรกที่ล้อในโค้งช่วยให้เข้าโค้งคมขึ้น รถ 7 ที่นั่งที่สูง ๆ จะรู้สึกโยนน้อยลง
ช่วงล่างใหม่ 2026 ปรับมาให้เหมาะกับถนนไทยโดยเฉพาะ วิ่งบนถนนคอนกรีตเป็นคลื่นหรือคอสะพานต่างจังหวัดแล้วไม่ลอยแรงเท่าเดิม ขับ 120 ยังนิ่ง ไม่ย้วย โหมด Wet / Gravel เจอฝนตกถนนลื่นที่ต่างจังหวัด ใช้ Wet ได้เลย ระบบจะลดแรงบิดและคุมล้อฟรีเร็วขึ้น ลองโหมด Gravel และ Mud แม้เป็นขับ 2 แต่ลุยได้ไม่ต่างจาก 4 ล้อ มีประโยชน์เวลาต้องเข้าทางลูกรังหรือทางก่อสร้าง ถ้าขับต่างจังหวัดบ่อยข้อดีคือเร่งแซงมั่นใจขึ้นเยอะ ขึ้นเขาที่ใช้แรงบิดเยอะ ๆ ก็ไหวเพราะมีมอเตอร์ช่วย ประหยัดทางไกลได้ราวๆ 17-18 กม./ลิตร ตามสเปกนอกเมือง แต่ต้องเผื่อใจเป็นรถครอบครัวทรงสูง ไม่ใช่รถซิ่ง ถ้าขับเกิน 130 แช่ยาว ๆ เสียงลมจะเริ่มมา และถ้าบรรทุก 7 คนเต็ม + ของ แรงแซงจะดรอปลงนิดนึง แนะนำใช้โหมด Charge ก่อนขึ้นเขาชัน ๆ เพื่อให้แบต 1.1 kWh มีไฟเต็ม
สำหรับการยึดเกาะถนนบนทางโค้งขึ้นลงเขาเยอะ ๆ คือจุดที่มิตซูบิชิตั้งใจทำมาให้ Xpander HEV เก่งขึ้นกว่ารุ่นเก่าเยอะเลย หัวใจคือ AYC + ดิสก์เบรก 4 ล้อ + ช่วงล่างใหม่

ระบบยึดเกาะบนเขาเป็นอย่างไร
AYC - Active Yaw Control ตัวชูโรง ระบบนี้ปกติจะอยู่ใน Evo / Pajero Sport ตอนนี้ใส่มาใน Xpander HEV เป็นครั้งแรก หลักการคือเวลาคุณเข้าโค้งบนเขา ระบบจะจับอาการ "หน้าดื้อ" แล้วไปเบรกที่ล้อด้านในโค้งเบา ๆ เพื่อดึงหัวรถให้จิกเข้าโค้งตามมือมากขึ้นได้ลองบนเส้นทางเขา เข้าโค้งแล้วรถไม่เสียอาการและ หน้าจิกเข้าไปตามรูปถนนเลี้ยวคมและแม่นยำขึ้นจนรู้สึกได้ ทั้งที่เป็นรถ 7 ที่นั่งสูง ๆ เข้าโค้งซ้าย 40-45 กม./ชม. แบบไม่ยกคันเร่ง ไม่แตะเบรก รถก็ยังคุมอยู่ในเลนได้ ไม่บานโค้งโหมดที่ควรใช้บนเขาขึ้นเขาโค้งชัน + ทางดำแห้งใช้ Tarmac - เป็นโหมดพละกำลังสูงสุด AYC จะทำงานเต็มที่ พวงมาลัยจะหนักและไวขึ้นเหมือนโหมดสปอร์ต อัตราเร่งดีสุด ฝนตก / ถนนลื่นใช้ Wet Mode ประทับใจโหมดนี้เพราะมันลดการลื่นและทำให้มั่นใจขึ้นเยอะ ก่อนขึ้นเขายาว ๆ กด Charge Mode สัก 5-10 นาทีก่อนขึ้น เพื่อให้เครื่องปั่นไฟเข้าแบต 1.1 kWh ให้เต็ม จะได้มีแรงมอเตอร์ 255 นิวตันเมตรช่วยตลอดทางขึ้น
ในส่วนของ เบรกและช่วงล่างรุ่น HEV เปลี่ยนเป็น ดิสก์เบรก 4 ล้อ แล้ว (รุ่นเก่าเป็นดรัมหลัง) ทำให้ระยะเบรกสั้นลงและคุมน้ำหนักเท้าได้ง่ายขึ้นเวลาลงเขายาว ๆ ไม่เฟดง่าย ช่วงล่างปรับใหม่จากการวิ่งทดสอบในไทยกว่า 100,000 กม. เน้นนุ่มแต่ไม่ย้วย ซับแรงสะเทือนจากรอยต่อถนนบนเขาได้ดี เสียงลมภายนอกเข้ามาน้อยลงจนได้ยินเสียงมอเตอร์ไฟฟ้าแทนถ้าเทียบกับคู่แข่ง MPV ด้วยกัน Xpander จะรู้สึก หนึบและมั่นใจกว่าเวลาเข้าโค้งต่อเนื่องบนเขา เพราะ AYC ช่วยดึง แต่ก็ยังเป็นรถครอบครัว ไม่ใช่รถสปอร์ต ถ้าเข้าโค้งเร็วมาก ๆ ตัวรถยังมีอาการโยนตามสไตล์รถสูงอยู่

ความคุ้มค่าเมื่อคุณตัดสินใจเป็นเจ้าของ 2026 Xpander HEV
ความคุ้มค่าของ HEV จะอยู่ที่ 3 เรื่องหลักครับ
1. ราคา vs สิ่งที่ได้เพิ่ม
New Xpander HEV 939,000 บาท / Cross HEV 969,000 บาท เทียบกับ Xpander เบนซินรุ่นเก่า 933,000 บาท จ่ายเพิ่มแค่ 6,000-36,000 บาท แต่ได้
- เครื่องใหม่ 1.6 + มอเตอร์ 116 แรงม้า แรงบิด 255 Nm (รุ่นเก่า 105 แรงม้า 141 Nm)
- ดิสก์เบรก 4 ล้อ, ถุงลม 6 ใบ (เดิม 2 ใบ), กล้อง 360° เฉพาะ Cross
- AYC + 7 Drive Mode ที่ไม่มีในรุ่นน้ำมันเลย
- ประกันคุณภาพ 5 ปี + ประกันแบตไฮบริด 10 ปี
ราคา 1 ล้านมีทอนยังเป็นฟูลไฮบริดแท้ๆ คันเดียวในกลุ่ม MPV 7 ที่นั่งเล็ก ถือว่าคุ้มเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Veloz หรือ XL7 Hybrid ที่ยังเป็นมายด์ไฮบริด
2. ค่าน้ำมันระยะยาว - คืนทุนไหม?
นี่คือจุดคืนทุนครับ
- Eco Sticker : 19.2 กม./ลิตร รวม / 21.7 กม./ลิตรในเมือง
- ผู้ใช้จริงทำได้ 17-18 กม./ลิตรบนทางไกล เทียบรุ่นเบนซินเดิมที่ทำได้ 13-14 กม./ลิตร
คิดง่าย ๆ วิ่งปีละ 20,000 กม. น้ำมันลิตรละ 37 บาท
- รุ่นเดิม: ~ 20,000/14 = 1,428 ลิตร = 52,800 บาท/ปี
- HEV: ~ 20,000/19 = 1,052 ลิตร = 38,900 บาท/ปี
ประหยัดปีละ ∼14,000 บาท ใช้ 3 ปีก็คืนส่วนต่างราคาแล้ว แถมไม่ต้องเสียบปลั๊กชาร์จ
3. คุ้มสำหรับใคร / ไม่คุ้มสำหรับใคร
คุ้มมากถ้าคุณ
- ใช้รถครอบครัว 5-7 คนบ่อย ๆ ต้องการพื้นที่ใหญ่จริง (สโลแกนใหม่ "พื้นที่ใหญ่ ใส่ให้เต็มที่")
- ขับในเมืองรถติด + ออกต่างจังหวัดทางเขาโค้งเยอะ - ได้ประโยชน์จาก EV Mode และ AYC เต็มๆ
- อยากได้รถที่ประกอบไทย อะไหล่หาง่าย ศูนย์เยอะ
อาจยังไม่คุ้มถ้า
- วิ่งน้อยมาก ปีละไม่ถึงหมื่นโล - ค่าน้ำมันที่ประหยัดจะไม่พอกลบส่วนต่าง
- เน้นขนของหนักตลอดเวลา แบตใต้เบาะทำให้พื้นที่เก็บของใต้เบาะหายไปนิดนึง
- รอรถไฟฟ้า 100% อยู่แล้ว
สรุปสั้น ๆ ในงบ 9.3-9.6 แสน ตอนนี้ Xpander HEV เป็น MPV ไฮบริดที่ให้ระบบความปลอดภัยและสมรรถนะมาครบสุดในกลุ่ม ถ้าคุณขับเกิน 1,500 กม./เดือนขึ้นไป ความคุ้มค่าเรื่องน้ำมัน + อัตราเร่งแซงที่มั่นใจขึ้น จะทำให้ตัดสินใจง่ายขึ้นเยอะครับ

