VOLVO C40 รถยนต์พลังงานไฟฟ้า

ขับดี เทคโนโลยีเด่น ราคารับได้  

 

รถยนต์วอลโว่ สัญชาติไวกิ้ง แม้จะเปลี่ยนไม้เปลี่ยนมือเจ้าของแบรนด์ แต่วิชชั่น ที่วอลโว่ตั้งธงไว้ ชัดเจนคือการลดการจำหน่ายรถยนต์พลังงานสันดาปเป็น 0 ในปี 2568 พร้อมจำหน่ายรถยนต์พลังงานฟ้าร้อยเปอร์เซ็นต์หรือ Pure Electric เท่านั้น ในปัจจุบันวอลโว่ยังคงมีรถยนต์พลังงานทางเลือก ในรูปแบบของปลั๊กอินบ้าง ส่วน EV ล้วน ก็มีหลายรุ่นด้วย อาทิ C40 ,  XC 40 และที่กำลังจะเปิดตัวในเดือนกันยายน EX 30

 

จากข้อมูลที่วอลโว่ ได้แจ้งเมื่อวันเปิดโชว์รูมภูเก็ตในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา คือกลุ่มผลิตภัณฑ์ตระกูล Recharge Plug-in Hybrid ก็ยังคงได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้บริโภคในประเทศไทยเป็นอย่างดี ด้วยยอดขายที่เพิ่มขึ้น 24% ซึ่งคิดเป็น 64.8% ของยอดขายทั้งหมดของบริษัท โดยรุ่นที่ขายดีที่สุด ได้แก่ รุ่น XC60 Recharge Ultimate T8 Plug-in Hybrid (22.7% ของยอดขาย), XC40 Recharge Pure Electric (22.2%), XC40 Recharge Ultimate T5 Plug-in Hybrid (14.7%), C40 Recharge Pure Electric (13%) และ V60 Recharge Ultimate T8 Plug-in Hybrid (9.1%)

 

A Car ไม่ได้ไปร่วมสังฆกรรมกับสื่อมวลชนชุดดังกล่าว แต่ก็พอได้ข่าวสาร พอบอกกล่าวเล่าสิบได้ เข้าเรื่องทดลองรถดีกว่า วันนี้เราได้โอกาสนำรถ Pure Electric ของวอลโว่ รุ่น C40 มาลองรีวิวกัน หลังนัดหมายได้วัน เวลา ชัดเจน ทีมงานได้ไปรับรถที่วอลโว่ กม. 23 เพื่อรับครอสโอเวอร์ รุ่นแรกของวอลโว่  ทั้งนี้เรามีเวลาใช้ชีวิตกับน้อง ประมาณ 4 วัน ต้องวางแผนดี ๆ  กับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า รับรถดูสเปคให้ชัดเจน รถคันนี้มีระยะเดินทางด้วยไฟฟ้าสูงสุด 590 กม.  ดูแค่นี้ไม่ได้ ต้องดูปริมาณไฟฟ้าที่ชาร์ตไว้ด้วยว่าจริง ๆ แล้ว วิ่งได้กี่ กม. จากข้อมูลที่ได้รับจากทีมงานวอลโว่ “พี่สามารถวิ่งได้ 300 กว่า กม.” ระยะทางจาก วอลโว่กลับมาบ้าน โดยประมาณคือ 50 กม. เราจะแว๊บไปที่ไหนไม๊ และไปอีกกี่กม.  เออ!! การใช้รถไฟฟ้ามันก็ดีไปอย่างนะ ทำให้ดิฉันต้องวางแผนการเดินทางมากขึ้น ไม่กินลมชมตะวัน ตามความเคยชิน

 

 

สรุปคือ ดิฉันต้องดิ่งตรงกลับบ้านเลยจะดีกว่า แว๊บแรกสำหรับภายนอก ด้วยความเป็นครอสโอเวอร์ ขนาด 5 ที่นั่ง รูปลักษณ์ของน้องดูคูล ๆ สปอร์ต ๆ ตามการดีไซน์ ดูลงตัวในทุกมิติ  ยาว 4,440 มม. สูง 1,591 มม.  กว้าง 1,873 มม.  ส่วนสีสันของรถคันที่ทดลองขับ เป็นสีฟ้าเข้ม ๆ ไม่ถึงกับน้ำเงิน วอลโว่เรียกสี FJORD BLUE  สีบ่งบอกได้ถึงความรักษ์โลก พอก้าวขึ้นไปนั่งในตำแหน่งคนขับ พร้อมกวาดสายตาไปรอบ ๆ คัน ภายในห้องโดยสาร ได้ทำตอบในข้อมูลคือ การปราศจากการใช้หนังสัตว์ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ดีไซน์ภายในดูพรีเมี่ยมน้อยลง ด้วยวัสดุที่คัดสรรมาทดแทน ดูมีความหรูหรา และทันสมัย โดยเฉพาะแผงค็อกพิทมันดูล้ำ และที่ชอบสุด ๆ สำหรับนักขับที่ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องเส้นทาง อย่างดิฉัน การมี Google ในตัวรถถือว่าเลิศ แถมมีกล้องที่ชัดเจน 360 องศา มีเครื่องฟอกอากาศ ช่วยลดมลพิเษในห้องโดยสาร และเครื่องเสียง Harman kardon ให้อรรถรสในการฟังได้อย่างเยี่ยมยอด

 

อยากเม้าส์ความโก๊ะกังของดิฉันสักนิด!! ดิฉันมาถึงบ้าน หาปุ่มดับเครื่องยนต์ไม่เจอร้อน ต้องโทรหาน้องที่วอลโว่ “พี่ครับ รุ่นนี้มันสตาร์ทเครื่อง-ดับเครื่องด้วยรีโมท” ชิหาย เกิดตรูทำรีโมทหายจะใช้รถไงว่ะ 555 ด้วยตอนเอารถมาให้น้องทีมงานได้สตาร์ทรถให้เรียบร้อย รอดิฉันพร้อมขับไป พร้อมความฉ่ำของแอร์ ดิฉันมองหาแค่ กุญแจรถเท่านั้น ก็เซย์ฮัลโหลกับน้องปล่อยรถในทันที 

ออกจากวอลโว่ก็วนลูปเดิม ขึ้นทางด่วนบูรพาวิถี เพื่อกลับลาดพร้าว บอกเลยขับบนทางด่วน เพลิดเพลินไปกับความสบายของการขับขี่แบบแป้นเหยียบเดียว (one pedal drive) และการเร่งความเร็วอันราบรื่น โดยปราศจากการปล่อยไอเสีย ดั่งคำโฆษณาจริง ๆ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนด้วยล้อหลัง ทำให้ความคล่องตัวในทุกสปีดดีเกินคาด มีระบบส่งกำลังให้เลือกทั้งแบบมอเตอร์เดียวและแบบคู่ ระบบส่งกำลังแบบมอเตอร์เดียวใช้ขับเคลื่อนล้อหลัง ช่วยเพิ่มกำลังและความคล่องตัว ทำให้การขับขี่ของคุณสนุกยิ่งขึ้น และให้ฟิลลิ่งที่ดีมาก มั่นใจมาก ๆ ทีเดียว ปกติขับบนบูรพาวิถี ถ้าเป็นรถขนาดเล็กจะต้องจับพวงมาลัยมั่น ๆ ตลอดเส้นทาง เพราะลมด้านบนแรงมาก หากขับมือเดียวไม่ระวัง บางครั้งลมปะทะ ทำเอารถร่อนกันเลยทีเดียว แต่ C40 มันดี จริง!! ราคาก็ไม่โหด 2.09 ล้านบาท

 

 

เว้ากันซื่อ ๆ เป็นรถยนต์ EV ที่น่าใช้อีกตัวหนึ่ง ไม่ได้อวยชัย อวยยศ เพราะไม่ได้อะไรจากวอลโว่นัก ส่วนใหญ่ทำเพื่อสังคม^^ ย้อนกลับมาที่แพลนการใช้รถวอลโว่คันนี้ต่อ วันแรกหมดไป น่าจะได้วิ่งจริง ๆจัง ๆ ประมาณ 60-70 กม. วันที่ 2 แพลนว่าจะขับไปงานลูกค้าที่บางบัวทอง โดยประมาณไป-กลับ ไม่แวะนอกเส้นทางก็เกือบ 50 กม. สบาย หักลบแล้วไฟฟ้ายังเหลือให้วิ่งได้อีก 200 กว่า ๆ กม.

 

วันที่สาม วันนี้สารถีอีกท่านต้องการขับบ้าง เพราะนางก็ไม่ค่อยได้ทดลองขับวอลโว่เท่าไหร่นัก นางยืมไม่ค่อยทัน อินฟูเอนเซอร์ ยูทูปเปอร์ เบอร์ใหญ่ ๆ นางสว. แล้วด้วย ขี้เกียจลับฝีปาก เลยจัดไปตามคิว นางชอบนะ แต่ไม่เม้นท์ให้นางเล่าเองดีกว่า คนละคนกัน เดี๋ยวจะหาว่าเป็นนอมินี่ 555 สรุป วันที่สาม นางใช้งานไปอีก เกือบ 100 กม. เหลือไฟฟ้าในระบบอีก 140-150 กม. พอครับ เราตกลงกันว่าไม่ชาร์ตละ เพราะพรุ่งนี้ วันสุดท้ายที่ทดลองต้องไปคืนที่เดิม กับระยะทาง 60-70 กม. ไม่น่ามีปัญหา ขับสบายถึงที่หมายแน่นอน

สรุปโดยสังเขปวอลโว่ C40 เป็นรถที่น่าใช้ เป็นตัวเลือกลำดับต้น ๆ ถ้าต้องเลิกใช้รถยนต์สันดาปในครอบครอง วอลโว่ตอบโจทย์ ทั้งสมรรถนะ เทคโนโลยี ราคา ติดแค่การบริการหลังการขายนิดเดียว ที่แอบลังเล อย่างอื่นคือผ่าน