ลองขับ JAECOO 6T REEV

รถสายแคมป์-สายลุย ที่แก้จุดอ่อน EV

ด้วยเครื่องปั่นไฟ วิ่งไกลได้ถึง 800 กม. 

 

ทดลองขับโดย : กันต์ เย็นสบาย

 

ทีมงานบ้าน Acarnews มีโอกาสสัมผัสและทดลองขับรถรุ่นใหม่ล่าสุดจากค่าย JAECOO 6 T REEV ที่หลายคนกำลังจับตา เพราะนี่คือการต่อยอดจาก JAECOO 6 EV ที่คุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่แล้ว แต่คราวนี้เพิ่มทางเลือกใหม่ด้วยระบบ REEV หรือ Range Extender Electric Vehicle

พูดอธิบายง่าย ๆ คือ รถคันนี้ยังขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% เหมือนรถ EV แต่มีเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 เทอร์โบ ทำหน้าที่เป็น "เครื่องปั่นไฟ" คอยชาร์จพลังงานกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ ช่วยแก้ปัญหาเรื่องระยะทางวิ่งและความกังวลในการเดินทางไกลได้อย่างตรงจุด

  

 

รถทรงดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

ต้องยอมรับว่าจุดขายแรกของ JAECOO 6T REEV คือรูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่นแบบรถออฟโรดสมัยใหม่ เส้นสายทรงเหลี่ยม Boxy Design ดูแข็งแรง บึกบึน และมีเอกลักษณ์ ตัวรถถูกขยายมิติเพิ่มขึ้นจากรุ่น EV เดิมทั้งความยาว ความกว้าง ความสูง รวมถึงระยะฐานล้อที่เพิ่มขึ้น ช่วยให้รถดูเต็มคันมากขึ้น ขณะที่ซุ้มล้อแบบ Wide Body ก็ช่วยเติมบุคลิกให้ดูพร้อมลุยมากกว่าเดิม สีใหม่ Golden Sand Yellow หรือเหลืองทรายทอง น่าจะถูกใจสายแคมป์และสายท่องเที่ยวไม่น้อย เพราะเข้ากับคาแรกเตอร์รถได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีสีดำ สีขาว และสีเทาให้เลือกเช่นเดิม

  

 

REEV คือคำตอบของคนที่ชอบ EV แต่ยังไม่มั่นใจเรื่องระยะทาง

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของ JAECOO 6T REEV ไม่ใช่แค่หน้าตาแต่คือระบบขับเคลื่อน แม้จะมีเครื่องยนต์เบนซินติดตั้งอยู่ แต่เครื่องยนต์ไม่ได้ทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อแม้แต่น้อย หน้าที่หลักคือผลิตกระแสไฟฟ้าป้อนเข้าสู่แบตเตอรี่ ส่วนการขับเคลื่อนทั้งหมดเป็นหน้าที่ของมอเตอร์ไฟฟ้า ผลลัพธ์คืออารมณ์การขับยังคงเป็นแบบ EV เต็มตัว ทั้งการตอบสนองทันใจ การออกตัวที่นุ่มและเงียบ รวมถึงแรงบิดที่มาแบบทันทีตั้งแต่ออกตัว

สำหรับประเทศไทย JAECOO เปิดตัวทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ JAECOO 6T REEV MAX ราคา 899,900 บาท และราคาพิเศษ 879,900 บาท  และขับเคลื่อน 4 ล้อ JAECOO 6T REEV ULTRA ราคา 999,900 บาท และราคาพิเศษ 979,900 บาท และรุ่น 2WD ถือเป็นการเปิดตัวครั้งแรกของโลกที่เมืองไทยอีกด้วย

 

 

ลองขับจริง รุ่น 4WD แรงเกินคาด

ในส่วนของ กิจกรรมทดสอบรถ JAECOO  J6T REEV ที่ มอเตอร์ สปอร์ต พาร์ค สุวรรณภูมิ  หลังจากลงทะเบียน ฟัง Product Brief จากทีมผู้บริหาร ก็เริ่มทดสอบรถ ทั้งในแบบออฟโรด เพื่อทดสอบสมรรถนะในตัวขับ 4 ทั้งสถานีการขับขึ้น ลง ทางชันเพื่อลอง ดูการทำงาน ของระบบป้องกันรถไหลเมื่อขึ้นทางลาดชัน (HAC) และระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC) การลุยผ่านทางโคลน เนินสลับ และการลุย ผ่านอุปสรรค น้ำท่วมขัง และในการทดสอบ แบบ on track ทั้งทดลองอัตราเร่ง 0-100 ของรถ การขับแบบสลาลม การทดสอบวงเลี้ยว การขับผ่านเนินสลับเล็ก ๆ เพื่อทดลองช่วงล่าง

ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ หน้า-หลัง ให้กำลังรวมสูงสุด 428 แรงม้า และแรงบิด 505 นิวตันเมตร ตัวเลขบนกระดาษอาจดูน่าสนใจอยู่แล้ว แต่สิ่งที่สัมผัสได้จริงคืออัตราเร่งที่มาแบบต่อเนื่องและหนักแน่น การกดคันเร่งแซงในช่วงความเร็วกลางทำได้ง่ายมาก รถพุ่งขึ้นอย่างมั่นใจโดยไม่ต้องรอรอบเครื่องยนต์เหมือนรถน้ำมันทั่วไป ขณะที่ตัวเลข 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 5.5 วินาที ก็สะท้อนศักยภาพของรถคันนี้ได้เป็นอย่างดี แม้ตัวรถจะมีขนาดใหญ่และรูปทรงเหลี่ยม แต่การควบคุมกลับคล่องตัวกว่าที่คิด

  

 

ช่วงล่างเน้นนุ่ม แต่ยังมั่นใจเวลาใช้ความเร็ว

JAECOO 6T REEV ใช้ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบ McPherson Strut และช่วงล่างหลังแบบ Multi-Link พร้อมโครงสร้าง H-Arm ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มการยึดเกาะและความนุ่มนวล ระหว่างทดลองขับ รถสามารถดูดซับแรงสะเทือนจากพื้นผิวถนนได้ดี โดยเฉพาะบนถนนที่มีรอยต่อหรือผิวถนนไม่เรียบ อาการสะเทือนส่งเข้าห้องโดยสารถือว่าน้อยกว่าที่คาดจากรถสไตล์ออฟโรด ขณะเดียวกันเมื่อใช้ความเร็วสูง ตัวรถยังคงให้ความมั่นใจ ไม่รู้สึกโคลงหรือโยนมากจนเกินไป

ไม่ได้มีดีแค่ทางเรียบ สำหรับสายท่องเที่ยวหรือคนที่ชอบออกนอกเส้นทาง JAECOO จัดโหมดการขับขี่มาให้ถึง 9 รูปแบบ ทั้งทางลื่น ทางทราย ทางโคลน และเส้นทางขรุขระ (ECO/Normal/Sport/Custom /All Road/Slippery/Beach/Muddy Bumpy)

ระบบขับเคลื่อน i-AWD สามารถจัดการการกระจายแรงบิดระหว่างล้อหน้าและล้อหลังได้แบบอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะบนสภาพถนนที่หลากหลาย นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันช่วยกลับรถในพื้นที่แคบ รวมถึงโหมดช่วยการขับขี่ในสถานการณ์พิเศษที่ออกแบบมาสำหรับการใช้งานออฟโรดโดยเฉพาะ ด้วยระยะใต้ท้องรถ 220 มิลลิเมตร ทำให้สามารถรับมือกับทางชัน ถนนลูกรัง หรือแม้แต่เส้นทางน้ำท่วมขังได้ดีกว่ารถ SUV ทั่วไป

  

 

ห้องโดยสารทันสมัย ใช้งานง่าย

ภายในยังคงเอกลักษณ์ของ JAECOO ด้วยจอกลางขนาดใหญ่ 15.6 นิ้ว และหน้าจอดิจิทัล 9.2 นิ้ว ตำแหน่งการนั่งให้ทัศนวิสัยที่ดี เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้าพร้อมระบบระบายอากาศ ส่วนรุ่น 4WD จะเพิ่มฟังก์ชันนวดและหลังคา Panoramic Roof เข้ามา บรรยากาศโดยรวมให้ความรู้สึกพรีเมียมกว่ารถในระดับราคาใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะวัสดุตกแต่งและไฟ Ambient Light ที่ปรับได้ถึง 64 สี

  

 

ระยะทางวิ่ง คือจุดขายสำคัญ

นี่คือจุดที่ทำให้ JAECOO 6T REEV แตกต่างจาก JAECOO 6 EV อย่างชัดเจน รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้สูงสุด 190 กิโลเมตร (NEDC) และเมื่อรวมการทำงานของเครื่องปั่นไฟ จะมีระยะทางวิ่งรวมสูงสุดถึง 800 กิโลเมตร

ส่วนรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ 160 กิโลเมตร และมีระยะทางรวมประมาณ 750 กิโลเมตร ตัวเลขเหล่านี้ช่วยลดความกังวลเรื่องสถานีชาร์จระหว่างเดินทางได้อย่างมาก โดยเฉพาะสำหรับคนที่ชอบขับรถท่องเที่ยวต่างจังหวัดเป็นประจำ

 

 

คุยหลังขับ กับ กันต์ เย็นสบาย

JAECOO 6T REEV ทั้งสองพลังขับเคลื่อน เป็นรถที่น่าสนใจมากสำหรับคนที่ชอบคาแรกเตอร์รถ EV แต่ยังไม่พร้อมเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้า 100% แบบเต็มตัว จุดเด่นคือการได้อารมณ์การขับแบบรถไฟฟ้า ทั้งความเงียบ ความแรง และการตอบสนองทันใจ ขณะเดียวกันก็มีเครื่องยนต์คอยสร้างความมั่นใจเรื่องระยะทางวิ่ง บวกกับดีไซน์ทรง Boxy ที่กำลังได้รับความนิยม ความสามารถในการลุยที่เหนือกว่า SUV ทั่วไป และอุปกรณ์ที่ให้มาค่อนข้างครบ ทำให้ JAECOO 6T REEV กลายเป็นหนึ่งในรถใหม่ที่น่าจับตามองที่สุด อีกคันของปี 2569