A Car News ขมวด 5 ไฮไลท์เด่นของ

อีซูซุ มิวเอ็กซ์ 2.2 Ddi Maxforce ในรุ่น RS

 

 

ทดลองขับโดย : ภัชรี เอกฉัตร์

 

A Car News ขมวด 5 ไฮไลท์เด่นของ อีซูซุ มิวเอ็กซ์ 2.2 Ddi Maxforce ในรุ่น RS มาเปรียบเทียบให้ผู้บริโภคที่สนใจรถอเนกประสงค์ PPV ได้สแกนง่ายขึ้น  

ทริปนี้แอดมีโอกาสได้ทดลองขับ MU-X “THE NEXT PEAK” สู่จุดพีคใหม่…ของชีวิต มาพร้อมขุมพลัง 2.2 และ 3.0 Ddi MAXFORCE  ที่มากับช่วงล่างใหม่ ที่บรรจงใส่โช้คอัพแบบ STIFF FLEX ออกแบบมาเพื่อลดการสั่นสะเทือน และการโคลงของรถขณะขับขี่ นุ่มนวล มั่นใจทุกครั้งที่เข้าโค้ง ครั้งแรก! กับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS กล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera ครบในทุกรุ่น โดยมีราคาเริ่มต้น 1,624,000 – 1,759,000 บาท

สำหรับวันนี้ แอดได้ขับ MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น RS มาพร้อมนิยาม THE PEAK OF RS DESIGN ที่สร้างความโดดเด่น และให้อารมณ์สปอร์ต ผ่านเส้นสายที่มีความ DYNAMIC รอบคันมาพร้อมสีสันอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ทำให้ทุกจังหวะพีค... ชัดเจนสูงสุด

 

A Car News ขอขายความโดดเด่นให้เห็นกันชัด ๆไปเลยว่า MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น RS มีความสะดุดตากันตรงไหนบ้าง

1. ขุมพลังใหม่ เครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE และเกียร์ 8 สปีด

การเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร MAXFORCE (รหัส RZ4F-TC) ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ (8AT) พร้อม Paddle Shift ทำให้ได้อัตราเร่งมีความสมูทและกระฉับกระเฉงกว่าเครื่องยนต์ 1.9 ลิตรเดิมอย่างเห็นได้ชัด เร่งแซงมั่นใจและประหยัดน้ำมันได้ดีในรอบความเร็วสูงอย่างไม่น่าเชื่อ ว่าแอดอยู่ในรถอีซูซุ

 

2. ระบบขับเคลื่อน 4WD ในเครื่องยนต์พิกัดนี้

จากเดิมที่ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) จะถูกจำกัดไว้เฉพาะเครื่องยนต์ 3.0 ลิตรเท่านั้น แต่ใน MU-X รุ่น RS (และรุ่นย่อยใหม่) มีการเพิ่มทางเลือกระบบขับเคลื่อน 4WD ในเครื่องยนต์ 2.2 ลิตรเข้ามา ทำให้ผู้ที่อยากได้รถประหยัดภาษี พร้อมกับประหยัดน้ำมัน แต่ยังต้องการสมรรถนะการลุยแบบออฟโรดได้ เพิ่มความคุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลายยิ่งขึ้น

3. ช่วงล่างใหม่ "STIFF FLEX" พร้อมพวงมาลัยไฟฟ้า EPS

อีซูซุได้ปรับจูนระบบกันสะเทือนใหม่ โดยใช้โช้คอัพเทคโนโลยี STIFF FLEX ที่เน้นความแข็งแรงแต่ยืดหยุ่นสูง ช่วยลดอาการโยนตัวของรถในย่านความเร็วสูง เสริมความมั่นใจเวลาเข้าโค้ง แต่ยังคงซับแรงกระแทกบนถนนขรุขระได้อย่างนุ่มนวล นอกจากนี้ยังมาพร้อมพวงมาลัยผ่อนแรงด้วยไฟฟ้า (EPS) ที่ช่วยให้การควบคุมเบามือในเมือง และแม่นยำเมื่อใช้ความเร็ว ช่วยให้การควบคุมพวงมาลัย ทำได้ง่ายกว่าที่คิด

 

4. ดีไซน์สปอร์ตดุดันรอบคัน (RS Design) ทั้งภายนอกและภายใน

โดยเฉพาะในรุ่น RS ได้รับการตกแต่งให้มีความสปอร์ตและพรีเมียมเป็นพิเศษ

ภายนอก : กระจังหน้าแบบ Black Diamond Grille ประดับสัญลักษณ์ RS, กันชนหน้าทรง Fighter Jet พร้อมช่องดักลม Air Curtain, หลังคาดำ Gloss Black Roof และล้ออัลลอย RS Design ขนาดใหญ่ถึง 20 นิ้ว

ภายใน : ตกแต่งโทนเข้มสปอร์ต เบาะนั่งดีไซน์เฉพาะรุ่น พร้อมหน้าจอแสดงผลหลังพวงมาลัย (Integrated MID) ขนาด 7 นิ้ว ในธีมสีแดงสปอร์ต

5. ด้านเทคโนโลยีความปลอดภัย ADAS เจเนอเรชันใหม่ มาพร้อมกล้อง 3D รอบคัน

จัดเต็มด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ที่ทำงานร่วมกับกล้องหน้าคู่และเรดาร์ โดยมีฟังก์ชันเด่นที่เพิ่มเข้ามา เช่น

- ระบบควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKAS) และระบบช่วยควบคุมทิศทางตามรถคันหน้า (TJA)

- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนในสถานการณ์ฉุกเฉิน (ELK)

- กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา (รอบทิศทางแบบ 3D) ที่มีความพิเศษคือ สามารถเปิดมุมมองภาพจำลองใต้ท้องรถ (Underfloor See-Through View) เพิ่มความปลอดภัยเวลาลุยหรือจอดรถในพื้นที่แคบ

และทั้งหมดคือความพิเศษที่พบได้ในอีซูซุ มิวเอ็กซ์ เจเนอเรชั่นนี้ สำหรับข้อมูล MU-X RS อย่างแรกคือ ภายนอก มากับกระจังหน้า BLACK DIAMOND GRILLE พร้อมสัญลักษณ์ RS ไฟหน้าและไฟ  ท้าย DYNAMIC BLADE ผสานดีไซน์สปอร์ต ของชุดไฟท้ายด้วยเส้น EMBRACE LINE กันชนหน้าแบบ FIGHTER JET พร้อม AIR CURTAIN เพิ่มสมรรถนะการขับให้พีคไปอีกขั้น FENDER GARNISH สีดำ และ SIDE GARNISH สัญลักษณ์ RS เสริมหล่อด้วยล้ออัลลอย RS DESIGN ขนาด 20 นิ้ว

 

สำหรับภายใน ห้องโดยสารดีไซน์สปอร์ต ที่ยกระดับคำว่า หรูหรา ขึ้นไปอีกขั้นด้วยโทนสีดำ  พร้อมเบาะนั่งจากวัสดุ COOLMAX ช่วยลดการสะสมความร้อนได้ดี โดยเฉพาะเมื่อเราจอดในสถานที ซึ่งไม่มีหลังคา เบาะช่วยคลายร้อนได้ดีมาก  แถมโดดเด่นด้วยสัญลักษณ์ RS สี LIME GREEN มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE และ 3.0 Ddi MAXFORCE

- เครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE กำลังสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร พร้อม เกียร์อัตโนมัติ 8 Speed แบบ REV TRONIC พร้อม Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัย

- เครื่องยนต์ 3.0 Ddi MAXFORCE กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร และเกียร์อัตโนมัติ 6 Speed แบบ REV TRONIC และ Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัย

รุ่นที่แอดนำมาขับในครั้งนี้ ได้แก่ รุ่น เครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE ซึ่งมองว่าคุ้มค่า คุ้มราคามากกว่ารุ่น 3.0 ลิตร

 

THE NEW PEAK OF 4WD PERFORMANCE

- ระบบ Terrain Command สวิตช์เปลี่ยนการขับเคลื่อน จาก 2 ล้อ เป็น 4 ล้อ พร้อมท้าทายทุกสภาพถนน ทั้ง 2H, 4H และ 4L

- กล้องรอบคัน 360° Surround View Camera พร้อมมุมมองใต้ท้องรถ เพิ่ม ความแม่นยำในการขับขี่

- ระบบ Rough Terrain Mode ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ทั้ง 2 และ 4 ล้อ ด้วยการควบคุมการกระจายกำลังทุกช่วงความเร็ว

- พวงมาลัยไฟฟ้า EPS (Electric Power Steering) ตอบสนองได้ไว และแม่นยำ

- ใหม่! โช้คอัพแบบ STIFF FLEX ที่ออกแบบมาเพื่อลดการสั่นสะเทือน และการโคลงของรถขณะขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  นุ่มนวล มั่นใจทุกครั้งที่เข้าโค้ง ด้วยช่วงล่างหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น Double Wishbone ทรงตัวเยี่ยม นุ่มนวล นั่งสบาย และช่วงล่างหลัง แบบ 5-Link Suspension เอกลักษณ์พิเศษเฉพาะ MU-X  ทำให้คล่องตัวทุกการขับขี่ ด้วยรัศมีวงเลี้ยวเพียง 5.6 เมตร

 

 

 

สำหรับระบบความปลอดภัยโดยรวมที่อีซูซุ มอบให้ ประกอบด้วย

- LKAS (Lane Keep Assist System) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน

- TJA (Traffic Jam Assist) ระบบช่วยควบคุมทิศทางของรถ ตามรถคันหน้า

- ELK (Emergency Lane Keeping) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน ในสถานการณ์ฉุกเฉิน

- LDP (Lane Departure Prevention) ระบบช่วยควบคุมรถไม่ให้ออกนอกเลนพร้อม LDW (Lane Departure Warning) ระบบช่วยแจ้งเตือนเมื่อรถออกนอกเลน

- ACC (Full Speed Range Adaptive Cruise Control) ระบบช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมฟังก์ชัน Stop and Go

- FCW (Forward Collision Warning) ระบบช่วยแจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า พร้อมระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB (Autonomous Emergency Braking)

- TA-AEB (Tum Assist with Autonomous Emergency Braking) ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อมีรถสวนทางขณะเลี้ยวขวา

- BSM (Blind Spot Monitoring) ระบบช่วยแจ้งเตือนจุดอับสายตา

- RCTA & B (Rear Cross Traffic Alert and Brake) ระบบช่วยเตือนและระบบช่วยเบรกฉุกเฉินขณะถอย

- AHB (Automatic High Beam) ระบบช่วยควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ

- PMM (Pedal Misapplication Mitigation) ระบบช่วยตัดกำลังเครื่องยนต์เมื่อเหยียบคันเร่งผิดพลาด

- MCB (Multi-Collision Brake) ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติหลังการเกิดอุบัติเหตุ

- MSL (Manual Speed Limiter) ระบบช่วยตั้งค่าจํากัดความเร็วสูงสุดด้วยตัวเอง

- Parking Aid System ระบบเซ็นเซอร์ช่วยจอดรถยนต์

- จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก (Isofix) ที่เบาะนั่งตอน 2

ในทุกระบบทำให้ อีซูซุ มิวเอ็กซ์ 2.2 Ddi Maxforce หล่อลงตัว และคุ้มค่า คุ้มราคายิ่งขึ้น แม้ในภาวะปัจจุบันที่ผู้บริโภคหันไปใส่ใจรถพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น แต่ความประหยัด คุ้มค่าตัว ยังคงเป็นคำตอบที่ใช้ดี สำหรับตลาดยานยนต์ในยุคน้ำมันแพง