ขับ Nissan Kicks e-POWER 2026

เปลี่ยนเยอะกว่าที่คิด!  

เพื่อตามล่าหาร้านซาวโดว์รสชาติ “เทสมาก”

 

ทดลองขับโดย : กันต์ เย็นสบาย

 

การทดสอบรถใน กทม. เมืองหลวงที่รถติดที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ อาจเป็นบทพิสูจน์ที่ดีที่สุดสำหรับรถยนต์ไฮบริดยุคใหม่ และครั้งนี้เราเลือกใช้ Nissan Kicks e-POWER 2026 รุ่นปรับโฉมล่าสุด ออกเดินทางตระเวนทั่วกรุงเทพฯ ตามหาร้านซาวโดว์ชื่อดัง 2 ร้านให้ได้ภายในวันเดียวครับ ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ใช่แค่ขนมปังอร่อย ๆ และเทสมากเท่านั้น แต่ยังทำให้เราเห็นชัดว่า Kicks รุ่นใหม่นี้ เปลี่ยนแปลงมากกว่าที่หลายคนคิด

 

อย่างแรก...ดีไซน์ใหม่ หล่อขึ้นแบบ Big Minorchange

แม้จะไม่ใช่การเปลี่ยนโฉมทั้งคัน แต่ Nissan Kicks e-POWER 2026 ถือเป็นการปรับรายละเอียดครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งนับตั้งแต่เปิดตัว ทั้งด้านหน้ามาพร้อมกันชนและกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ เสริมภาพลักษณ์ให้ดูทันสมัยและพรีเมียมขึ้น ขณะที่แก้มตัวถังด้านหน้าและด้านหลังถูกออกแบบใหม่เช่นกัน

 

ชุดไฟหน้าได้รับการออกแบบใหม่ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการส่องสว่างด้านข้างมากขึ้นถึง 14 เมตร ช่วยให้การขับขี่เวลากลางคืนมั่นใจขึ้น ส่วนไฟ Daytime Running Light, ไฟท้าย, ฝาท้าย และกันชนหลัง ก็ถูกปรับรายละเอียดใหม่ทั้งหมด

ในส่วนของล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วในเจนนี้ ก็เป็นลายทูโทนใหม่ ช่วยเพิ่มความสปอร์ตให้ตัวรถ ขณะที่ยางติดรถจากโรงงานยังคงเป็น Bridgestone ECOPIA EP150 ซึ่งเน้นเรื่องความนุ่มเงียบและการประหยัดพลังงาน

อีกหนึ่งไฮไลต์คือสีตัวถังใหม่ ได้แก่ Electric Cyan สีฟ้าสดหลังคาดำ และ Gray Sky Pearl สีเทาอมฟ้าหลังคาดำ ที่ช่วยให้ Kicks ดูโดดเด่นกว่าเดิมอย่างชัดเจน

 

 

ห้องโดยสารดูแพงขึ้น อุปกรณ์ครบขึ้น แต่ยังไม่มีแอร์หลัง

เมื่อเปิดประตูเข้ามาภายในสิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความพยายามยกระดับคุณภาพห้องโดยสาร ทั้งแผงแดชบอร์ด คอนโซลกลาง และแผงประตู ถูกออกแบบใหม่ พร้อมวัสดุตกแต่งลาย Hair-Line สีเทาด้านที่ช่วยเพิ่มความหรูหรา รุ่น VL และ SV ได้หน้าจอกลางขนาด 12.3 นิ้ว ส่วนรุ่น V ได้หน้าจอขนาด 9 นิ้ว พร้อมรองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย

 

พร้อมเพิ่มช่อง USB-C ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รวม 4 ตำแหน่ง รองรับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานยุคปัจจุบันได้ครบถ้วน เบาะคู่หน้าดีไซน์ใหม่แบบ Zero Gravity ช่วยรองรับแผ่นหลังได้ดีขึ้น ขณะที่เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง และใช้วัสดุหนังสังเคราะห์ที่ลดการสะสมความร้อน

สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง มีการปรับองศาพนักพิงให้เอนมากขึ้น พนักพิงศีรษะกว้างขึ้น และเพิ่มพนักวางแขนพร้อมที่วางแก้วตรงกลาง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยังน่าเสียดายคือ Kicks 2026 ยังคงไม่มีช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่หลายคนคาดหวังเช่นกัน  

 

ProPILOT อัพเกรดครั้งใหญ่ที่สัมผัสได้จริง

หากถามว่าอะไรคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดของ Kicks รุ่นใหม่ คำตอบคงหนีไม่พ้นระบบ ProPILOT ระบบช่วยขับขี่กึ่งอัตโนมัติของ Nissan สามารถทำงานร่วมกันระหว่างระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ระบบรักษาช่องทางเดินรถ ระบบควบคุมรถให้อยู่กลางเลน และระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน

การใช้งานจริงบนถนน ProPILOT สามารถเร่ง เบรก และเลี้ยวตามแนวโค้งได้อย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยลดภาระผู้ขับขี่ได้ชัดเจน โดยเฉพาะในการเดินทางระยะไกลหรือการจราจรติดขัด แม้ผู้ขับจะยังต้องจับพวงมาลัยอยู่ตลอดเวลา แต่ระบบสามารถตรวจจับได้หากปล่อยมือออกจากพวงมาลัยนานเกินไป พร้อมส่งสัญญาณเตือน และหากไม่มีการตอบสนอง ระบบจะชะลอรถจนหยุด พร้อมเปิดไฟฉุกเฉินโดยอัตโนมัติ

นอกจากนี้ยังมีระบบความปลอดภัยอื่น ๆ ที่ทำงานร่วมกัน ได้แก่

- Intelligent Cruise Control (ICC)

- Lane Centering Assist

- Predictive Forward Collision Warning (PFCW)

- Blind Spot Intervention (BSI)

- Tire Pressure Monitoring System (TPMS)

ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของ Kicks ให้ใกล้เคียงรถระดับสูงขึ้นอย่างชัดเจน

 

ขุมพลัง e-POWER ยังดีเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือผ่าน Euro 6

แม้รูปลักษณ์และอุปกรณ์จะเปลี่ยนไปหลายจุด แต่หัวใจสำคัญของ Kicks ยังคงเป็นระบบ e-POWER เครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร 3 สูบ ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าให้มอเตอร์ขับเคลื่อนล้อหน้าโดยตรง ส่งกำลังสูงสุด 136 แรงม้า และแรงบิด 280 นิวตันเมตร

ความรู้สึกหลังพวงมาลัยยังคงเป็นเอกลักษณ์แบบรถไฟฟ้า อัตราเร่งมาไว ตอบสนองทันใจ และเงียบกว่ารถไฮบริดทั่วไป ระบบ e-Pedal Step ยังคงเป็นจุดเด่นที่ช่วยให้ผู้ขับควบคุมทั้งการเร่งและชะลอความเร็วผ่านคันเร่งเพียงแป้นเดียว พร้อมช่วยชาร์จไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ระหว่างชะลอความเร็ว

โหมดการขับขี่มีให้เลือก 4 รูปแบบ ได้แก่ Eco, Normal, Sport และ EV สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือการปรับปรุงระบบไอเสียให้ผ่านมาตรฐาน Euro 6 ช่วยลดการปล่อยมลพิษโดยยังคงประสิทธิภาพเดิมเอาไว้

 

 

1 วันกับการตามล่าซาวโดว์ ที่ “เทสมาก” สำหรับผม

จุดหมายแรกของเราในวันนี้คือ Bartels ย่านสวนพลู ร้านดังในหมู่คนรักซาวโดว์ที่ขึ้นชื่อเรื่องขนมปังโฮมเมดคุณภาพสูง ตัวร้านอบอวลไปด้วยกลิ่นขนมปังสดใหม่ เมนูซาวโดว์มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งแบบทานเปล่า แซนด์วิช และเมนูบรันช์ที่เข้ากันได้ดีกับกาแฟแก้วโปรด เรียกได้ว่าในทุกอณูของเนื้อซาวโดว์ มันทำให้ผมประทับใจ และสัมผัสได้ถึงครั้งที่นึกถึงขนมปัง ที่กินแล้วไม่รู้สึกผิด ^^

  

 

จบจากร้านแรกแล้ว เราก็ยังไม่ลดละกับภารกิจนี้ เดินทางต่อไปยังหมุดหมายที่ 2 ร้าน Brick13 Specialty Coffee & Eatery ย่านติวานนท์ คาเฟ่บรรยากาศอบอุ่นที่โดดเด่นทั้งกาแฟ และเมนูซาวโดว์โฮมเมด เนื้อสัมผัสดี รสชาติเป็นเอกลักษณ์ และเหมาะสำหรับการนั่งพักระหว่างวัน นั่งชิลดมกลิ่นกาแฟและซาวโดว์แบบเพลิน ๆ เรียกว่าได้ครบทุกรสสัมผัสเลยทีเดียว เอาเป็นว่าถ้าเพื่อน ๆ มีร้านซาวโดว์ที่ “เทสมาก” เหมือนผมที่ไหนบ้าง ก็แนะนำกันมาได้ ผมอาจจะทำคอนเทนท์ใหม่ ๆ กับรถซิตี้คาร์ยี่ห้ออื่น ๆ บ้าง  

  

 

เข้าเรื่องการทดลองรถกันต่อ ตลอดการเดินทางหลายสิบกิโลเมตรในกรุงเทพฯ Kicks e-POWER แสดงให้เห็นถึงจุดแข็งเรื่องความคล่องตัว การตอบสนองของมอเตอร์ไฟฟ้า และความประหยัดเชื้อเพลิงที่ทำได้ดีจนระดับน้ำมันแทบไม่ขยับ

 

คุยหลังขับกับ กันต์ เย็นสบาย

Nissan Kicks e-POWER 2026 อาจดูเหมือนเป็นเพียงรุ่นปรับโฉม แต่เมื่อใช้งานจริงจะพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงในหลายด้านมากกว่าที่คาดครับ

ดีไซน์ภายนอกดูทันสมัยขึ้น ห้องโดยสารพรีเมียมขึ้น เทคโนโลยีเชื่อมต่อครบกว่าเดิม และที่สำคัญคือการเพิ่มระบบ ProPILOT ซึ่งยกระดับประสบการณ์ขับขี่ไปอีกขั้น

ส่วนขุมพลัง e-POWER ยังคงเป็นจุดแข็งหลัก ด้วยบุคลิกการขับขี่ที่ให้อารมณ์ใกล้เคียงรถ EV แต่ไม่ต้องกังวลเรื่องสถานีชาร์จ เพราะเติมน้ำมันได้ตามปกติ พร้อมอัตราสิ้นเปลืองสูงสุดที่ Nissan เคลมไว้ถึง 22.3 กม./ลิตร และรองรับน้ำมัน E20

สำหรับผมรุ่นที่น่าสนใจที่สุดคือ SV ราคา 899,900 บาท เพราะได้ระบบ ProPILOT เต็มรูปแบบ พร้อมอุปกรณ์ที่ครบที่สุดในไลน์อัฟ แต่หาก Nissan เพิ่มฝาท้ายไฟฟ้าและช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลังเข้ามาอีกสักนิด Kicks คันนี้จะสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

ในภาพรวม หากกำลังมองหารถครอสโอเวอร์ไฮบริดที่ขับสนุก ประหยัด เทคโนโลยีแน่น และใช้งานในเมืองได้ดี Nissan Kicks e-POWER 2026 ถือเป็นคำตอบ ที่น่าจับตามองที่สุดในปีนี้

 

 

ราคา Nissan Kicks e-POWER 2026

- Kicks e-POWER V : 789,900 บาท

- Kicks e-POWER VL : 849,900 บาท

- Kicks e-POWER SV : 899,900 บาท

การรับประกัน

- รับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร

- รับประกันระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า e-POWER 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร

- รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง