JAECOO J6T REEV
4 WD ULTRA
ลองขับโดย : วชิระ เรืองมาลัย
บรรณาธิการอำนวยการ
acarnewsonline
คันนี้จัดเป็นรถกระแสแรงครับ ของมันต้องลอง รถทรงกล่องบ๊อกซีจี๊ฟ กลิ่นอายมีความเรโทรที่กระแสแรงสุดเวลานี้ เป็นรถขับ 4 สองระบบ เติมน้ำมัน ปั่นไฟ ที่มีทางเลือกให้เรา จะชาร์จก็ได้ไม่ชาร์จก็ดีปลดภาระไม่ต้องไฝ้วกับใคร ไม่ต้องไปเป็นนักสู้หน้าตู้ชาร์จ กำลังมันถือได้ว่าดีดดี ติดตีน แรงหลังหงายไม่ต้องรอรอบกันเลยครับ ทดสอบใช้งานจริงเทคฯ ใหม่ ๆ เวลานี้ถ้าไม่ได้ลองเดี๋ยวคุยกับใครไม่รู้เรื่องครับ
Jaecoo J6T / 6T REEV 4WD ULTRA รุ่นท็อปขับ 4 คันนี้ คือตัว REEV ตัวแรง เครื่องยนต์มีไว้ปั่นไฟอย่างเดียว ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าล้วน
ราคาและรุ่น
4WD ULTRA ราคาพิเศษ 979,900 บาท จากราคาปกติ 999,900 บาท เป็นรุ่นท็อปสุดของไลน์ REEV
ระบบขับเคลื่อน REEV
ระบบนี้ คือ Range-Extended EV = เบนซิน 1.5 Turbo ทำหน้าที่ปั่นไฟเข้าแบต ไม่ได้ขับล้อโดยตรง
- เครื่องยนต์ปั่นไฟ : เบนซิน 1.5 ลิตร เทอร์โบ 156 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิด 220 นิวตันเมตร ที่ 2,500 รอบ/นาที
- มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว : หน้า 177 แรงม้า + หลัง 252 แรงม้า
- กำลังรวม : 428 แรงม้า แรงบิดรวม 505 นิวตันเมตร
- อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. : 5.5 วินาที
- ระบบขับเคลื่อน : i-WD Intelligent All-Wheel Drive ปรับสลับ 2WD / 4WD อัตโนมัติ กระจายแรงบิดเรียลไทม์
แบตเตอรี่และการวิ่ง
- แบตเตอรี่ : CATL Lithium ความจุ 33.6 kWh / 33.67 kWh
- ระยะวิ่งไฟฟ้าล้วน (NEDC) : รุ่น 4WD 160 กม. รุ่น 2WD จะได้ 190 กม.
- ระยะวิ่งรวม น้ำมัน+ไฟฟ้า : 750 กม. สูงสุด 759 กม. ตามสเปก
- ชาร์จ : AC สูงสุด 6.6 kW / DC สูงสุด 100 kW
- V2L จ่ายไฟนอกตัวรถ : 3.3 kW

ความสามารถสายลุย - จุดต่างจากตัว 2WDนี่คือสิ่งที่เพิ่มมาจาก 2WD MAX
- โหมดขับขี่ 9 โหมด : Eco, Normal, Sport, Custom + All Road, Slippery, Beach, Muddy, Bumpy ตัว 2WD มีแค่ 4 โหมด
- ลุยน้ำลึก : 600 มม.
- ไต่ทางชัน : 55% หรือประมาณ 29 องศา
- โหมดพิเศษ: Extreme U-turn ช่วยเลี้ยวกลับในที่แคบ

มิติตัวถัง
- มิติ (กว้าง x ยาว x สูง) : 1,950 x 4,503 x 1,785 มม.
- ฐานล้อ : 2,783 มม.
- ระยะต่ำสุดจากพื้น : 220 มม. ในรุ่น 4WD (รุ่น 2WD 215 มม.)
ถ้าเทียบกับ J6 EV เดิม จะใหญ่ขึ้นนิดหน่อย ทรงกล่องเหมือนกัน ช่วงล่างเซ็ตมาเน้นลุย แต่ขับในเมืองก็นิ่งเข้าโค้งคมพวงมาลัยแม่น ช่วงล่างนุ่มหนึบ จัดได้ว่าเป็นรถแรงที่ขับสนุกควบคุมดีใช้ได้ครับ

ตัวเครื่องยนต์แรงตอบสนองจ้ดจ้าน
จริงครับ แต่เป็น แรงแบบหลังติดเบาะเนียน ๆ ไม่ใช่กระชากหัวทิ่ม แบบรถไฟฟ้าซิ่ง พลังจากมอเตอร์คู่ 428 แรงม้า / 505 นิวตันเมตร 0-100 เคลม 5.5 วินาที ในรุ่น 4WD ฟีลลิ่งหลังติดเบาะพละกำลังมาเนียน ๆ เพราะะเป็น REEV ขับด้วยมอเตอร์ 100% แรงบิดมาตั้งแต่ 0 รอบ แบบรถ EV แต่ Jaecoo จูนคันเร่งมาแบบ SUV ลุย ไม่ได้จูนแบบรถสปอร์ต มี i-WD ขับ 4 อัจฉริยะ กระจายแรงบิดเรียลไทม์ หน้าหลัง ทำให้ออกตัวไม่มีล้อฟรี ท้ายไม่ปัด คุณเลยรู้สึกถูกดันไปข้างหน้าทั้งตัว ไม่ใช่แค่หัวโยก
น้ำหนักรถเยอะ รถทรงกล่อง แรงม้าเยอะเลยต้องแบกน้ำหนัก ทำให้แรง G ตอนออกตัวประมาณ 0.5-0.6 G - รู้สึกชัดว่าหลังติดเบาะ แต่ไม่ถึงขั้นเวียนหัวแบบ 0-100 ใน 3 วินาที
ถ้าคุณกด Sport แล้วเหยียบมิดจากจุดหยุดนิ่งจะหลังติดเบาะจริง ดึงยาว ๆ จนถึง 100 แต่ถ้าขับโหมด Normal / Eco ในเมือง มันจะนุ่มนวลมาก เหมือนรถน้ำมัน 2.0 Turbo มากกว่า ถ้าคุณชอบฟีลกระชากแบบ Tesla Model Y Performance อาจจะรู้สึกว่า J6T 4WD สุภาพกว่า แต่ถ้าเทียบกับ SUV น้ำมันราคาไม่ถึงล้านในไทยด้วยกัน อันนี้คือแรงสุดในกลุ่มแล้วครับ มันคือ"กล่องบินได้" สมฉายาจริง
ข้อเสียของรุ่นนี้ มีครับ ตัว 4WD ULTRA แรงสุด คุ้มสุด แต่ก็ต้องรับข้อจำกัดของมันได้ด้วยข้อเสียหลักที่เจอจากการเทสจริงเช่นระยะไฟฟ้าล้วนสั้นลงกว่ารุ่น 2WD รุ่น 4WD เคลม 160 กม. NEDC ส่วน 2WD ได้ 190 กม. วิ่งจริงในเมืองเหลือประมาณ 120-130 กม. ก็ต้องปั่นไฟแล้ว ระยะรวมเคลม 750 กม. ทดสอบการใช้งาน ได้จริงประมาณ 650 กม. พอกดหนัก ๆ เครื่องปั่นไฟดังเครื่อง 1.5 Turbo ไม่ได้ขับล้อ แต่จะติดขึ้นมาปั่นไฟเวลากดแช่หรือแบตเหลือน้อย เสียงจะเข้ามาในห้องโดยสารชัดกว่ารถ EV 100% มีจุดต้องปรับเรื่อง NVH ตอนเครื่องทำงาน ส่วน ยาง 21 นิ้วที่ สเปก 4WD ใช้ล้อ 21 นิ้ว ยาง 265/45 R21 เกาะถนนดี ทำให้รถทรงกล่องนิ่งที่ความเร็วสูงและเข้าโค้งนิ่งกว่าที่คิด แต่เวลาเปลี่ยนยาง "แทบจะสิ้นใจ" เพราะแพงและหายาก แถมตึงตังกว่า 19 นิ้วของตัว 2WD และคาแรคเตอร์รถทรงกล่องจะต้านลมมีเสียงลมเข้าที่ความเร็ว 110+ ชัดกว่ารถทรงลู่ลม ตัวรถหนักจากแบต + มอเตอร์คู่ + เครื่องยนต์ ทำให้เบรกต้องเผื่อระยะนิดนึง มีอาการโยนตอนเข้าโค้งแรง ๆ ถึงช่วงล่างจะซับแรงได้ดีขึ้น 30% แล้วก็ตามรวมทั้ง ความจุกจิกของ REEVคือต้องดูแล 2 ระบบทั้งเติมน้ำมันและชาร์จไฟ ถ้าคุณไม่ชาร์จเลย จะกินน้ำมันราว ๆ 6-7 กม./ลิตรตอนแบตหมด ไม่ประหยัดเท่า HEV ญี่ปุ่น
ระบบ V2L ให้มาแค่ 2.3-3.3 kW ใช้แคมป์ได้ แต่ถ้าจะใช้จริงจังต้องสั่งให้รถชาร์จตุนแบตไว้ก่อนสรุปสั้น ๆ "ถ้ารับได้กับระยะไฟฟ้าที่สั้นลง เพื่อแลกกับอัตราเร่ง 5.5 วิ" ตัว 4WD ถึงจะคุ้ม ถ้าคุณใช้ในเมืองเป็นหลัก 90% และอยากได้ระยะไฟฟ้ายาวสุด + ยางถูกกว่า ตัว 2WD MAX จะประหยัดและนุ่มนวลกว่า
และนี่คืออีกมุมมองจากคอมเม้นของลูกค้า ที่เพิ่งได้รับรถไปใช้งาน ได้สะท้อนการใช้งานไว้ผมเห็นว่ามีประโยชน์ เลยขออนุญาตนำมาเล่าสู่กันฟังนะครับ

“รถคันนี้ระบบดี ไฮเทค ทันสมัย เหมาะกับคนรุ่นใหม่ เพราะเหมือนซื้อเครื่องบินมาขับ โคตรแรง ระบบแรง เร็ว หลังติดเบาะ พุ่งยังกับจรวดทางเรียบ นั่งสบายมาก มีระบบนวดและไม่ได้มาคนเดียว นวดคู่หน้ารถแบบฟิน ๆ เบาะ ประตู งานพรีเมี่ยมมาก สไตล์รถยุโรปหรู ๆ มุมมองดี กว้าง กระจกชัด สูง ไม่เวียนหัว แอร์เย็น แยกอุณหภูมิหน้าหลังได้สั่งด้วยเสียง ระบบความปลอดภัย คุมเกือบทุกจุด มาตรฐานใช้เชื้อเพลิงได้สองระบบ ทั้งน้ำมัน และไฟฟ้า เหมาะกับทุกจังหวะ เร่งรีบ เร่งด่วน ฉุกเฉิน เอาตัวรอดได้หมด พี่ ๆ ที่อายุเกิน 50 ต้องปรับตัวเยอะหน่อย กับระบบสั่งการด้วยจอเดียวหน้ารถเป็นหลัก ขนาดผมเองยังวนอยู่ที่จอเกือบสิบนาที กว่าจะขยับรถได้ แต่พอจับทางได้แล้วลื่นเหมือนโทรศัพท์เลย”
“เกียร์ ใช้งานง่าย ขยับแค่ปลายนิ้ว แต่หลายคนจะงงตรงเกียร์ N ลองเอาเทคนิคผมไป (เริ่มจาก P ขยับก้านไม่ต้องสุดขึ้นหรือลงก็ได้ 2 วินาที เกียร์ N จะมาสวย ๆ ) เสียง แสง ไฟสร้างบรรยากาศ ระดับพรีเมี่ยมมาก มีไฟ Welcome โชว์สว่างที่พื้นก่อนขึ้นรถด้วย ด้านหลังกว้างนอนเล่นได้สบาย ยิ่งมีลูก ลูกชอบมาก หมอน ผ้าห่ม ปูนอนสบายเลย ช่วงล่างอย่างหนึบ โช๊ค ล้อ มอนิเตอร์ลมยางได้ตลอด โคตรดี แทบไม่ต้องเปลี่ยนเลยของเดิมก็สุดอยู่แล้ว แถมล้อยังเป็นแม๊คมาด้วย ไม่ใช่กะทะครอบมาแต่อย่างใดยาง ล้อ หน้ากว้าง ขับขี่ การเลี้ยว การยึดเกาะถนน อุ่นใจเลย (แต่ตอนรอบเปลี่ยนน่าจะจุกหน่อย) เพราะล้อ 21 นิ้ว

ประกันเครื่องยนต์ ประกันแบต ไม่น้อยเลย 10 ปี+ ไฟส่องสว่างดี ทั้งระบบไฟ ระบบปัดน้ำฝน ทำงานอัตโนมัติ แบบงง ๆ เพราะถ้าให้กดก็กดไม่ถูก เพราะเพิ่งจับได้ 4 วัน พอฝนตก หรือลงอุโมงค์ น้องก็จัดการให้เลยทันที ระบบ Bluetooth WiFi เชื่อมแล้วเชื่อมเลย เชื่อมต่อไวมาก ๆๆๆ คือทันใจวัยรุ่นแน่นอนบอกเลย ขายังไม่ทันก้าวขึ้นรถ เพลงโปรดที่ตั้งไว้ก็ขึ้นมาทันใจเลย มีระบบ Welcome Sit เบาะคนขับเลื่อนถอยให้เรา ทุกครั้งที่เปิดจะขึ้นรถ และเลื่อนมาตำแหน่งขาเราพอดี เพราะเราสามารถตั้งค่าล๊อคความยาวขาเราได้ให้เขาจำไว้ หลังปิดประตู เบาะจะเลื่อนเข้าตำแหน่งพร้อม หลังคาอย่างสวย เปิดได้สองจังหวะ และเปิดเฉพาะม่านบังแดดอย่างเดียวก็ได้ ให้แสงแดดเข้าฟิน ๆ หรือจะนอนดูดาวสวย ๆ ยามค่ำคืน มีจุดต่อปลั๊กไฟในรถ เหมือนไฟบ้านเลย จะทำกับข้าว หุงข้าว ปิ้งย่าง เป่าผม เสียบตู้ไมโครเวฟ ได้หมด ไฟนิ่งด้วย เหมือนรถเป็นตู้ปั่นไฟขนาดใหญ่
และข้อด้อยที่พบหลังจากซื้อมาได้ 4 วัน คือ บริการหลังการขาย ของผมเจอคือ นิ่งเลยหลังขายได้แล้ว ทักไปนิ่ง ไม่อ่าน เหมือนคุยคนเดียว ก่อนรับรถตอบดีมาก ดูแลดี ตามงานตลอด งงเหมือนกัน พอบริการหลังการขายไม่ดี การเรียนรู้ผมเลยช้าไปด้วย เพราะต้องมานั่งเปิดคู่มือเอง กับเติมความรู้จากในกลุ่มรถเอา

ปัจจุบันยังจองป้ายขาวไม่ได้เลย เพราะอยู่ในเงื่อนไข 15 วัน ของบริษัทที่แจ้งว่ายังไม่ได้ส่งเข้าระบบขนส่ง เลยทำให้พลาดเลขสวยของตัวเองไปเลย เสียดายมาก ต้องเลื่อนไปจองสัปดาห์หน้า และต้องปรับตัว มาเรียนรถเรื่องสถานีไฟฟ้าด้วย บางเจ้าต้องลงทะเบียนก่อน ยืนยันตัวตนก่อน เช่น ของ OR ถึงจะใช้งานได้ ต้องปรับตัวเยอะหน่อย รถสีดำ สวย เด่น เท่ แค่ฝุ่นทั่วไปลงปกติ แต่เราจะดูว่าฝุ่นเยอะมากที่เกาะรถเรา เลยต้องจัดไม้ปัดฝุ่นติดรถไว้อ่ะสิงานนี้ บังโคลนมาไม่เต็ม ทำให้น้ำ หรือโคลนกระเด็นโดนข้างประตูเต็ม ๆ ไม่มีคิ้ว ขอบกันฝน เหนือประตูทั้ง 4 บาน ระบบ Wireless ชาร์จ มือถือ ทำให้มือถือร้อนเกินไป อาจทำให้แบตเตอรี่มือถือเสื่อมไว เลยต้องปิดระบบนี้ แล้วใช้สายเสียบชาร์จจะดีกว่า (หรืออาจเป็นที่เคสมือถือที่มีแม่เหล็กด้านหลัง เลยมีปฏิกิริยาต่อประจุ ก็เป็นได้)
ครับ นั่นคือ อีกมุมนึงจากลูกค้าตัวจริง

เทียบกับ TANK 300
ลองพาไปดูอีกมุมเมื่อนำไปเทียบกับรถทรงกล่องจากจีนเหมือนกันแต่แตกต่าง เรื่องพลังงานที่ใช้ จัดเป็นรถที่กระแสแรงมาก่อนหน้านี้อย่าง TANK 300 ดีเซล จาก GWM เพราะหลายคน ก็เล็ง ๆ ทั้งคู่อยู่ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปเสมือนว่ายังรักพี่แต่เสียดายน้อง
ขับจริงต่างกันยังไง
1. ความแรง - J6T กินขาด
TANK ดีเซลแรงบิดมาตั้งแต่ 1,500 รอบ ดึงดีแบบดีเซล แต่พอเจอ J6T ที่มอเตอร์มาตั้งแต่ 0 รอบ 5.5 วิ vs 11 วิ คือหลังติดเบาะคนละโลกเลย ถนนดำ J6T สนุกกว่าเยอะ
2. ลุยจริง - TANK กินขาด
- TANK เป็นรถลุยแท้ มีเกียร์ 4L, มุมไต่ มุมจากดีกว่า บันไดข้างเป็นเหล็ก ช่วงล่างแหนบ+คาน อะไหล่ลุยป่าหาง่ายกว่า
- J6T ลุยได้ 600 มม. มีโหมดลุย 9 โหมด แต่ไม่มี Low Range เน้นทางลูกรัง, ทราย, โคลนเบา ๆ มากกว่าไต่หิน
3. ความสบายในเมือง
J6T เงียบกว่ามากเวลาวิ่ง EV, ช่วงล่างนุ่ม นวลกว่า TANK เยอะ TANK จะตึงตังสไตล์ PPV แต่ทัศนวิสัยดีกว่าเพราะสูงกว่า
4. ค่าใช้จ่าย / ความอุ่นใจ
- TANK ดีเซล : เติมดีเซลที่ไหนก็ได้ ประกันเครื่องยนต์ 1 ล้านกม. / 8 ปีศูนย์ GWM เยอะ อะไหล่เครื่องดีเซลไม่ต้องรอแบต
- J6T REEV : ต้องทั้งชาร์จไฟและเติมน้ำมันเบนซิน 95 ถ้าไม่ชาร์จเลยกิน 6-7 โลลิตร แพงกว่าดีเซล แต่ถ้าชาร์จทุกวันใช้ไฟฟ้า 80% จะถูกกว่ามาก
เลือกคันไหนดี
- เลือก J6T REEV 4WD ถ้าใช้ในเมือง 70% + เที่ยวเขา-แคมป์บ้าง อยากได้แรงหลังติดเบาะ เทคโนโลยีเยอะ จอใหญ่ งบไม่ถึงล้าน และมีที่ชาร์จที่บ้าน
- เลือก TANK 300 Diesel ถ้าลุยหนักจริง เข้าป่า ปีนหิน ลากเทรลเลอร์ ชอบดีเซลล้วน ไม่ต้องมานั่งชาร์จไฟ และรับได้กับความแรงแบบเรื่อย ๆ แต่ถึกทน

รถคันนี้คุ้มค่าในตัวเองหรือไม่เงินที่จ่ายกับของที่ได้ ?
ต้องบอกว่าคุ้มค่าตัวครับ ถ้าดู "ในตัวเอง" ไม่เทียบใคร J6T REEV 4WD Ultra เป็นรถที่ให้ของเกินราคาไปเยอะมากในตลาดตอนนี้
ทำไมถึงคุ้มในตัวเอง ?
1. ราคาเทียบของที่ได้ หลุดโลก
งบ 979,900 บาท คุณได้
- 428 แรงม้า 505 นิวตันเมตร ขับ 4 มอเตอร์คู่ - ปกติสเปกนี้ต้องจ่าย 1.6-2 ล้านในรถยุโรป
- ช่วงล่างที่นิ่ง ไม่โยนเหมือนรถกล่องจีนรุ่นก่อน ๆ
- ออฟชั่นเต็มหลังคาแก้ว, จอคู่, ADAS เต็มระบบ, V2L, 9 โหมดขับไม่มี SUV 4WD แท้คันไหนในไทยต่ำล้านให้กำลังระดับนี้
2. เทคโนโลยี REEV แก้จุดตายของคนไทย
- วิ่งไฟฟ้าในเมือง 160 กม. NEDC (ใช้จริง ∼120 กม.) = ไปกลับออฟฟิศในกรุงเทพไม่ต้องใช้น้ำมันเลย
- จะไปไกลก็เติมน้ำมันปั่นไฟต่อได้ 750 กม. ไม่ต้องวางแผนหาตู้ชาร์จเหมือน EV 100%
- ถ้าชาร์จไฟบ้าน TOU ค่าไฟตกโลละ 0.6-0.8 บาท ถูกกว่าดีเซลครึ่งนึง
3. ภาษีและการตั้งราคา
ปกติรถ REEV โดนสรรพสามิต 15% แพงกว่า EV ที่โดน 10% แต่ OMODA & JAECOO กลับตั้งราคา REEV ถูกกว่า J6 EV 4WD ที่เคยขาย 1,049,000 บาทซะอีกถือว่าตั้งราคาเอาตลาดจริง ๆ

จุดที่ไม่คุ้ม ถ้าคุณเป็นคนกลุ่มนี้
1. คุณไม่ชาร์จไฟเลย - ถ้าซื้อมาไม่เสียบปลั๊กเลย วิ่งน้ำมันล้วนปั่นไฟ จะกินประมาณ 6-7 โล/ลิตร (เพราะต้องแบกแบต 33 kWh) แพงกว่า TANK 300 ดีเซลที่ทำ 10-11 โล/ลิตร
2. เรื่องขายต่อและศูนย์ - Jaecoo เพิ่งเข้าไทยได้ปีกว่า ๆ ศูนย์ยังน้อยกว่า GWM / Toyota มาก ราคามือสองยังไม่มีใครรู้ และยาง 21 นิ้วเปลี่ยนทีละ 4 เส้นมี 30,000+
3. ไฟฟ้าล้วนน้อยไปนิด - ถ้าคุณคาดหวังวิ่งไฟฟ้า 300 กม. แบบ Deepal S05 REEV ตัวนี้ให้แค่ 160 กม. จะรู้สึกสั้นไป
บทสรุปของผม
คุ้มค่าในตัวเอง = ใช่ ถ้าคุณมีที่ชาร์จที่บ้าน/คอนโด
มันคือ SUV ทรงเท่ห์ที่แรงระดับรถสปอร์ต แต่ใช้งานได้จริงทุกวัน ไม่ต้องลุ้นแบตหมด ราคาไม่ถึงล้าน - ในงบเดียวกันตอนนี้หาตัวแทนไม่ได้
แต่ถ้าคุณอยู่คอนโดไม่มีที่ชาร์จ, ใช้รถวิ่งทางไกลอย่างเดียว, หรือเน้นขายต่อราคาดีใน 3 ปี - ความคุ้มจะลดลงทันที ไปดีเซลหรือ HEV ญี่ปุ่นจะอุ่นใจกว่าคุณมีที่ชาร์จที่บ้านไหมครับถ้ามี ผมบอกเลยว่าคันนี้คือหนึ่งในรถที่คุ้มเงินที่สุดของปี 2026

