2026 ฮุนได สตาร์เกรเซอร์
มินิ เอ็มพีวี จากแดนโสม
ทดลองขับโดย : วชิระ เรืองมาลัย
แอดมีโอกาสได้ลองนั่งลองขับ ฮุนได สตาร์เกรเซอร์ ไมเนอร์เชนจ์ ปรับรูปลักษณ์เติมเทคโนโลยีใหม่ หน้าตาใหม่ ดูเข้มดุ ทั้งหน้าและหลัง และให้ภาพลักษณ์ที่เป็นเอสยูวีที่หล่อเข้มขึ้นมาเล่าให้ฟังกันครับ เพื่อข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่กำลังให้ความสนใจจะถอยรถมินิเอ็มพีวี เข้าบ้านใช้ในครอบครัว สักคัน ในช่วงนี้
สตาร์เกรเซอร์ใหม่ปี 2026 มีไดเมนชั่นยาวขึ้น 15 มิล มิติอื่น ๆ เท่าเดิมล้อ 16 นิ้ว เป็นรถครอบครัว 3 แถว 6 ที่นั่ง แถวที่ 2 เป็นที่นั่งแบบกัปตันซีท เบาะผ้าผสมหนัง ภายในดำเข้ม ดีไซน์เรียบหรู มากับขุมพลัง เบนซิน 1.5 ลิตร 113 ม้า 144 นิวตันเมตร เน้นความนุ่มนวล และการควบคุม ที่เสถียร ช่วงล่างหน้าแมคเฟอร์สันสตรัทหลังทอร์ชั่นบีม

รุ่นใหม่นี้ เด่นตรงที่มีการเติมระบบเอดาส มาเต็มมากถึง 13 ระบบ เลยครับ ถือว่าล้ำที่สุดในคลาส เช่นระบบเตือน และเบรกฉุกเฉิน อัตโนมัติที่ทางแยก FCA-JT
- Smart Cruise Control (SCC) พร้อม Stop&go ช่วยให้รถหยุดและออกตัว ตามคันหน้าอัตโนมัติ
- Electric Parking Brake (EPB) พร้อม Auto Hold ช่วยให้รถหยุดค้างเองเวลาเจอไฟแดง
- Forward Collision-AvoidanceAssist (FCA) นอกจากช่วยเบรกอัตโนมัติเสี่ยงชนแล้วยังช่วยเพิ่มความปลอดภัย เวลาขับเลี้ยวผ่านทางแยกซึ่งเป็นจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ
- Lane Keeping Assist (LKA) ดึงพวงมาลัยกลับ เมื่อออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ
- Lane Following Assistq (LFA)ประคองรถให้อยู่กลางเลน
- Blind-Sport Collision-Advoidance Assist(BCA) เตือนเมื่อรถอยู่ในมุมอับ
- Rear Cross-Traffic Collision we-Avoiddance Assistq (RCCA) เตือนรถตัดผ่านเวลาถอย
- Safe Exita Warning (SEW) เตือนถ้ามีรถผ่านขณะเปิดประตู
- Driver Attention Warning (DAW)เตือนให้พักเมื่อผู้ขับขี่อ่อนล้า
- Leading Vehicle Depart Alert (LVDA)แจ้งเตือน การออกตัวของยานพาหนะคันหน้า
- Rear Occupants Alert (ROA) เตือนผู้ขับ ให้ตรวจสอบเบาะหลัง ภายหลังดับเครื่องกันลืมผู้โดยสารในรถ ดีมากสำหรับกรณีรับส่งเด็กเล็ก

มีสองเกรดสนนราคาจับต้องได้ 7.95 - 8.75 แสนบาท ช่วงนี้อยู่ในช่วงแนะนำ ราคา 7.19 แสนบาท ในรุ่น เทรน 6 และ 7.99 แสนบาทในเกรด สมาร์ท 6 ช่วงนี้มีโปร แบค ทู สคูล ต้อนรับเด็ก ๆ เปิดเทอม ทุกรุ่นย่อยรับบัตรเติมน้ำมัน 5 พันบาทฟรีประกัน ชั้น 1 รับประกันคุณภาพ 5 ปี 150,000 กิโลเมตร บริการช่วยเหลือฉุกเฉินฟรี 5 ปี ไม่จำกัดเลขไมล์
Stargazer คือรถมินิเอ็มพีวี 6 ที่นั่งของฮุนได ที่เน้นความคุ้มค่าและใช้งานในเมือง/ครอบครัวเป็นหลัก เปิดตัวในไทยครั้งแรกปี 2023 และมีรุ่นอัปเดต “The new Stargazer” ออกมาต่อเนื่อง

สเปคเด่น ๆ The new Stargazer
ที่นั่ง : เบาะ 3 แถว 6 ที่นั่ง Captain Seat แถว 2 ขึ้น-ลงสะดวก
เครื่องยนต์ : เบนซิน 1.5L Smartstream 115 แรงม้า เกียร์ IVT ขับหน้า เน้นประหยัด
ไฮไลต์ : ดีไซน์ไฟหน้า LED แนวยาว “H-Shape”, ภายในกว้าง, จอคู่ 8 นิ้ว, ช่อง USB ทุกแถว, Wireless Charger
ความปลอดภัย : มี 6 Airbags, ABS, ESC, HAC และรุ่น Smart ได้ Hyundai SmartSense

ราคาขาย
- Trend 6 : 719,000 บาท ราคาพิเศษช่วงเปิดตัว จาก 795,000 บาท
- Smart 6 : 799,000 บาท ราคาพิเศษช่วงเปิดตัว จาก 875,000 บาท
มี 4 สี : ดำ มิดไนท์ แบล็ก เพิร์ล, เทา ไททัน เกรย์, เงิน แม็กเนติก ซิลเวอร์, ขาว ครีมมี่ ไวท์ เพิร์ล

รถรุ่นนี้เหมาะกับใคร
ถ้าชอบรถครอบครัวนั่งสบาย ขึ้นลงง่าย ประตูเปิดปกติไม่สไลด์ แต่ได้พื้นที่แบบ MPV ราคาต่ำกว่าล้าน Stargazer คือตัวตึงในกลุ่มชนกับ Mitsubishi Xpander, Veloz, BR-V
Stargazer อยู่ในกลุ่ม Mini MPV / B-MPV 6-7 ที่นั่ง ราคา 7-9 แสนบาท คู่แข่งตรง ๆ ในไทยตอนนี้มีประมาณนี้เลย
คู่แข่งหลัก ชนกันตรงรุ่น
มิตซูบิชิ เอกแพนเดอร์ และเอกแพนเดอร์ครอส ตัวตึงเจ้าตลาด ราคา 8.49-9.59 แสนบาท โตโยต้า เวลอส ราคา 7.95-8.75 แสนบาท ซูซุกิ เออติการ์ XL7 ราคา 7.85-8.89 แสนบาท ฮอนด้า BR-V ราคา9.15-9.73 แสนบาท
ถ้าขยับขึ้นมาหน่อย
- Toyota Innova Zenix เริ่ม 1.379 ล้าน - ใหญ่กว่า เครื่อง 2.0 ไฮบริด แต่ราคากระโดดไปไกล
- BYD M6 เริ่ม 829,900 บาท - เป็น MPV ไฟฟ้า 100% ได้ 6 ที่นั่ง ถ้าเน้นใช้ในเมืองไม่กลัวจุดชาร์จก็น่าสนนอกจากนั้นก้อจะมีรถ EV อีกหลายยี่ห้อที่มีแรงกิ้งราคาในช่วง 7-9 แสนบาทไม่เกินล้านที่แอดคงไม่ขอกล่าวถึง

Stargazer ได้เปรียบตรงไหน
1. ราคาเริ่มต้นถูกสุด ตัว Trend 6 เริ่ม 719,000 บาท ช่วงโปร
2. Captain Seat แถว 2 มีให้ตั้งแต่รุ่น Style 6 ไม่ต้องซื้อตัวท็อป
3. ดีไซน์ล้ำ ไฟหน้า H-Shape ไม่ซ้ำใคร ภายในกว้างสุดในกลุ่มเรื่อง Headroom
ถ้าเน้นศูนย์บริการกับขายต่อ → Veloz, Xpander
ถ้าเน้นประหยัดน้ำมัน → Ertiga Hybrid
ถ้าเน้นแรง + ระบบความปลอดภัย → BR-V
ถ้าเน้นคุ้ม ออปชันเยอะ เบาะกัปตัน → Stargazer

หลังการทดลองใช้งาน ทั้งนั่งโดยสารในแถว 2 และ ขับขี่เองในเมือง จัดว่าใช้งานง่ายสะดวกสบายห้องโดยสารกว้างขวาง เฮดรูมสูงและดีที่สุดในกลุ่ม ขึ้นลงสะดวกสบาย จุดเด่นเลยคือเป็นที่นั่งกัปตันซีทรุ่นเดียวที่มีในกลุ่ม เด่นที่การอำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่และโดยสารทุกที่นั่ง
ส่วนการขับขี่ควบคุม อยู่ในเกณฑ์นุ่มสบายราบเรียบเครื่องยนต์เพียงพอต่อการใช้งานในเมือง การควบคุมเสถียร ช่วงล่างพวงมาลัยดีแม่นยำพอ การส่งกำลังราบเรียบ และมีระบบเกียร์ควิกชิฟ 6 สปีด ช่วยความกระปรี้กระเปร่าทันใจเมื่อต้องการกระชับการขับขี่ มีโหมดขับเคลื่อน 4 โหมด รถคันนี้ท็อปสปีด 175 กม./ชม. น้ำมันเต็มถัง 40 ลิตร อัตราสิ้นเปลืองอยู่ในระดับ 15 กม.ลิตร (รถใหม่) แก่ไปก็ลดลง ตามอายุขัยแหละ ถือว่าจัดมาให้คุ้มค่ากับราคาค่าตัวที่ต้องจ่าย ได้หลายอย่างไม่ว่าจะความสบาย เครื่องยนต์การขับเคลื่อน ระบบเอนโฟเทนเม้นท์ที่ทันสมัย และเอดาสที่มากเกินพอ
แต่ในยุคสมัยที่ผู้บริโภคคนไทยเพลานี้ไปติดยึดกับพลังงานรูปแบบใหม่หรือ EV ประกอบกับข่าวคราวเรื่องปัญหาราคาน้ำมันและเชื้อเพลิงวิกฤติในยามสงครามอาจทำให้รถ Ice ล้วนที่ไม่มีอักษรย่ออวดเทคโนโลยีพ่วงท้ายเป็น Hybrid จำต้องตกเป็นรองในแง่ของโอกาสทางการตลาดหละครับ

สรุปเลือกยังไงดี
1. เน้นคุ้มสุด เบาะนั่งสบาย → Stargazer Smart 6 ได้ Captain Seat + ออปชันความปลอดภัยครบในราคาต่ำกว่า 8 แสน
2. เน้นประหยัด + ลุยได้ → Xpander Cross HEV หรือ XL7 Hybrid กินน้ำมัน 19-20 กม./ลิตร
3. เน้นขายต่อ ศูนย์เยอะ → Veloz ของโตโยต้ายังไงก็อุ่นใจ
4. เน้นขับมันส์ ไม่ขนคนบ่อย → BR-V เครื่อง 121 ม้า แรงสุดในกลุ่ม
คุณใช้งานแบบไหนเป็นหลัก? ขับในเมืองออกต่างจังหวัดบ่อย, หรือมีผู้ใหญ่/เด็กนั่งแถว 2-3 ประจำลองพิจารณาเลือกตามไลฟ์สไตล์กันดูครับ

