ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ดิวตี้
ดีเซลเต็มถัง 130 ลิตร
ทดลองขับโดย : วชิระ เรืองมาลัย
ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ดิวตี้ (Ford Ranger Super Duty) ให้ถังน้ำมันใหญ่ 130 ลิตร เพราะถูกออกแบบเป็น "รถกระบะงานหนัก" สำหรับใช้งานเชิงพาณิชย์และพื้นที่ห่างไกลโดยเฉพาะ เหตุผลหลักมี 4 ข้อ
1. รองรับการทำงานหนัก/ลากจูงที่กินน้ำมันเยอะ
- ซูเปอร์ดิวตี้ใช้เครื่อง 3.0L V6 เทอร์โบดีเซล 209 แรงม้า แรงบิด 600 Nm ลากจูงได้ 4,500 กก. และ GVM 4,500 กก.
- พอลากของหนัก+ลุยงาน น้ำหนักรวม GCM 8,000 กก. อัตราสิ้นเปลืองจะขึ้นไป 11-12 L/100km ถังเล็กจะหมดเร็วมาก
2. เพิ่มระยะทางวิ่ง ลดการเติมน้ำมันกลางทาง
ฟอร์ดระบุเลยว่าถัง 130 ลิตรช่วยให้ "เจ้าของอยู่ในพื้นที่ทำงานได้นานขึ้น โดยแวะเติมน้ำมันน้อยลง"
- ขับปกติได้ระยะทางราว 1,000 กม. ต่อถัง
- เหมาะกับกลุ่มลูกค้าเกษตร, เหมือง, กู้ภัย, หน่วยงานที่ต้องเข้าพื้นที่ห่างไกล/ทุรกันดาร ไม่มีปั๊ม
3. เป็นสเปกมาตรฐานของรถเชิงพาณิชย์ Heavy-Duty
ซูเปอร์ดิวตี้เซ็ตมาให้พร้อมลุยงานแบบไม่ต้องแต่งเพิ่ม "long range 130-litre fuel tank" เป็นของติดรถมาจากโรงงาน พร้อมแผ่นกันกระแทกเหล็กหนาใต้ถัง ต่างจากเรนเจอร์ปกติที่ต้องติดถังเสริมเอง
4. ชดเชยน้ำหนักตัวรถที่เพิ่มขึ้นเยอะ
ซูเปอร์ดิวตี้หนักกว่าเรนเจอร์ XLT V6 ปกติ 300+ กก. ตัวรถกว้างขึ้น สูงขึ้น ยาง AT 33 นิ้ว ทุกอย่างทำให้กินน้ำมันมากขึ้น ถังใหญ่จึงจำเป็นเพื่อให้ระยะทางยังใช้งานได้จริง
สรุป: ฟอร์ดมองว่าลูกค้า Super Duty คือคนที่เอารถไปทำงานจริงจัง ลุยไกล ลากหนัก อยู่กลางไซท์งานเป็นวันๆ ถัง 80 ลิตรแบบเรนเจอร์ปกติไม่พอใช้ เลยขยับเป็น 130 ลิตร ให้จบงานได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมัน

อัตราสิ้นเปลืองปกติกับการลากรถบ้านเป็นอย่างไร ?
อัตราสิ้นเปลือง ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ดิวตี้ 3.0 V6 เทอร์โบดีเซล แบ่งเป็น 2 กรณีหลักๆ จากผลทดสอบจริง
1. วิ่งปกติ ไม่ได้ลากอะไร
ซูเปอร์ดิวตี้เป็นรถ Light Truck ไม่ต้องแจ้งตัวเลข ADR Official แบบรถเก๋ง แต่จากการทดสอบ
- ใช้งานทั่วไป + บรรทุกน้ำหนัก 650 กก. : ได้ 15.96 L/100km
- ทดสอบวิ่งนอกเมือง + ออฟโรด + บรรทุก 975 กก. : ได้ 16.8 L/100km
- วิ่งไฮเวย์ยาว ๆ รถเปล่า : ฟอร์ดเคยวิ่ง 1021 กม. รวมรันอิน+ออฟโรด ได้ 12.9 L/100km
สรุปวิ่งปกติ รถเปล่า จะอยู่ช่วง 12-13 L/100km แต่พอใส่ของ/ใส่กันชนเหล็ก/ยาง AT หนัก ๆ จะขึ้นไป 15-16 L/100km เพราะรถหนัก 2.6 ตัน+ ก่อนบรรทุก
2. ลากเทรลเลอร์รถบ้าน/คาราวาน
ซูเปอร์ดิวตี้ทำมาเพื่อลาก 4,500 กก. โดยเฉพาะ แต่ยิ่งลากหนัก ยิ่งกิน
- ลากคาราวาน Conqueror ทดสอบ 1900 กม. : ได้ 17 L/100km ถึง 22 L/100km ขึ้นอยู่กับสภาพถนน/ลม
- เทียบกับเรนเจอร์ V6 ปกติลากคาราวาน: เรนเจอร์ XLT V6 ปกติลากคาราวานไฮเวย์ได้ 16-18 L/100km
- เรนเจอร์ 2.0 Bi-Turbo ลาก 2700 กก. : ได้ 16.3 L/100km
- เรนเจอร์ 3.2 Wildtrak รุ่นเก่าลาก 2500 กก. : กินถึง 20.6 L/100km
ซูเปอร์ดิวตี้ได้เปรียบตรงแรงบิด 600Nm มาตั้งแต่รอบต่ำ 1750 rpm และเกียร์ 1-3 ถูกจูนให้มีแรงบิดมากกว่ารุ่นปกติ 25% ลากขึ้นเนินเลยไม่เค้นเครื่องมาก แต่ตัวรถ+ยาง+ความสูง ทำให้กินกว่าเรนเจอร์ปกติ
3. ระยะทางวิ่งได้จริงกับถัง 130 ลิตร
การใช้งาน วิ่งตัวปล่าวใช้งานไฮเวย์ อัตราสิ้นเปลือง 12.9 ลิตร/100 กม.ถัง 130 ลิตรวิ่งได้ มากกว่า 1.000 กม.ถ้าเท้าเบาสามารถทำได้ 12 กม./ลิตรจะไปได้ไกลมาก
ใช้งานทั่วไป+บรรทุก อัตราสิ้นเปลืองประมาณ 15.96 ลิตร/100กม.ถัง130 ลิตร วิ่งไปประมาณ 815 กม.+ - และหากใช้งานลากคาราวาน 3 ตัน+อัตราสิ้นเปลืองจะเพิ่มขึ้น เป็นราว ๆ 17-22 ลิตร/100 กม. น้ำมัน 130 ลิตรวิ่งได้ประมาณ 590-765 กม.
หมายเหตุสำคัญ
1. ซูเปอร์ดิวตี้ต้องเติม AdBlue ถัง 20 ลิตร อยู่ได้ 9,000-16,000 กม. ลากหนัก ๆ AdBlue จะหมดเร็วขึ้น
2. น้ำหนักรถ+ของ+เทรลเลอร์ ห้ามเกิน GCM 8,000 กก. ฟอร์ดมี "on-board scales" ให้ดูน้ำหนักเพลาแบบเรียลไทม์
3. ยิ่งลากหนัก ยิ่งต้านลม อัตราสิ้นเปลืองแปรผันเยอะ ถ้าคาราวานสูง/หน้าตัดใหญ่ ตัวเลขจะไปแตะ 22 L/100km ได้
ถ้าจะลากรถบ้านเที่ยวไกล ๆ ถัง 130 ลิตรช่วยได้เยอะ แต่เผื่อปั๊มไว้สัก 600 กม. เติมทีจะปลอดภัยกว่า เพราะขึ้นเขา+ลมแรง ตัวเลขร่วงเร็ว

ถ้าวิ่งรถเปล่า เติมเต็มถัง 130 ลิตร ?
จากการทดสอบการใช้งานจริงผลทดสอบของฟอร์ดได้ตัวเลขประมาณนี้ครับ วิ่งไฮเวย์ยาว ๆ ฟอร์ดทดสอบจริง ได้ 1,021 กม. อัตราสิ้นเปลืองราว 12.9 ลิตร/100 กม. ใช้งานผสมทั่วไป ใส่ของ 650 กม.+ วิ่งในเมืองและนอกเมือง เต็มถังวิ่งได้ 812-867 กม.อัตราสิ้นเปลือง 15-16 ลิตร/100 กม. วิ่งออฟโรดใช้งานหนักใส่ของ 975 กก.ลุยทางฝุ่น เต็มถังวิ่งได้ประมาณ 774 กม.อัตราสิ้นเปลือง 16.8 ลิตร/100กม.
ใช้จริงควรเผื่อเท่าไหร่
1. ตัวเลขเคลม 1,000 กม. คือขับทางไกล 90-100 กม./ชม. นิ่ง ๆ รถเปล่า ไม่เร่งแซงบ่อย
2. ใช้งานประจำวัน รถติด ใส่กันชนเหล็ก โรลบาร์ ยาง AT 33 นิ้ว จะเหลือ 800-850 กม./ถัง มากกว่า
3. ถังเตือนน้ำมัน ซูเปอร์ดิวตี้จะเตือนตอนเหลือ ∼15 ลิตร แปลว่าใช้ได้จริง ∼115 ลิตร = วิ่งได้ 890 กม. ที่ 12.9 L/100km
เทียบกับเรนเจอร์ XLT V6 ถัง 80 ลิตร วิ่งได้ ∼600 กม. ซูเปอร์ดิวตี้ถัง 130 ลิตรเลยได้ระยะเพิ่มมา 400 กม. เหมาะกับคนวิ่งไซท์งานไกล ๆ ไม่ต้องแวะปั๊มบ่อย
คำนวนดีเซลลิตรละ 40 บาท ?
ดีเซล 40 บาท/ลิตร ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ดิวตี้ ค่าน้ำมันตกประมาณนี้
ค่าน้ำมัน/กม. ตามการใช้งาน
เติม 130 ลิตร 5200 บาท วิ่งรถเปล่า ไฮเวย์ตกกิโลละ 5.16 บาท เต็มถังวิ่งได้ร่วม 1.008 กม. บรรทุก+ใช้งานทั่วไป ตกกิโลเมตรละ 6 .38 บาท เต็มถังวิ่งได้ราว 815 กิโลเมตร ใช้งานออฟโรด+บรรทุกหนัก ตกกิโลเมตรละ 6.72 บาท เต็มถังวิ่งได้ 774 กิโลเมตร วิ่งลากคาราวานแบบเริ่มต้านลม ตกกิโลเมตรละ 6.80 บาท เต็มถังวิ่งได้ประมาณ 765 กิโลเมตร และลากคาราวานหนัก/ขึ้นลงเขา จะตกประมาณกิโลเมตรละ 8.80 บาทน้ำมันเต็มถังวิ่งได้ประมาณ 591 กิโลตร
เทียบให้ชัด
1. วิ่งไปกลับ กทม.-เชียงใหม่ 1,350 กม.
รถเปล่า : 1,350 × 5.16 = 6,966 บาท
ลากคาราวาน : 1,350 × 8.80 = 11,880 บาท
2. ถ้าใช้เดือนละ 3,000 กม.
วิ่งเปล่า : 3,000 × 5.16 = 15,480 บาท/เดือน
ลากของตลอด : 3,000 × 6.80 = 20,400 บาท/เดือน
ถัง 130 ลิตรใหญ่จริง แต่เติมทีจุก 5,200 บาท ข้อดีคือถ้าวิ่งไกล ตกโลละ 5 บาทกว่า ๆ ยังถูกกว่ารถกระบะลากของที่ต้องแวะเติมบ่อย ๆ
ถ้าคุณขับรถดีเน้นประหยัด ได้คอนซัมชั่นดีสุด 12 กม./ลิตร?
ใช่ถ้าทำได้ 12 กม./ลิตร ถัง 130 ลิตรเต็ม = วิ่งได้ 1,560 กม.
คิดแบบนี้
12 กม./ลิตร × 130 ลิตร = 1,560 กม.
เทียบกับตัวเลขทดสอบจริง
ตัวเลข 12 กม./ลิตร = 8.33 L/100km ซึ่งประหยัดกว่าที่ทดสอบไว้เยอะ

จากผลทดสอบจริงของซูเปอร์ดิวตี้
ดีสุดที่วัดได้ : 12.9 L/100km = 7.75 กม./ลิตร → วิ่งได้ ∼1,008 กม.
ใช้งานจริง + บรรทุก : 15.96 L/100km = 6.27 กม./ลิตร → วิ่งได้ ∼815 กม.
12 กม./ลิตร จะเกิดได้เมื่อไหร่
ซูเปอร์ดิวตี้หนัก 2.6 ตัน+ ยาง AT 33 นิ้ว จะได้ 12 กม./ลิตร ต้องขับเนียนมาก:
1. ไฮเวย์โล่ง ๆ 80-90 กม./ชม. รอบเครื่องนิ่ง ๆ
2. รถเปล่า ไม่ใส่กันชนเหล็ก ไม่บรรทุก
3. ทางเรียบ ไม่มีลมต้าน ไม่มีขึ้นเขา
ดีเซล 40 บาท/ลิตร ที่ 12 กม./ลิตร:
- ตกกิโลละ 3.33 บาท/กม.
- เต็มถัง 5,200 บาท วิ่งได้ 1,560 กม.
แต่ใช้งานจริงกับรถไซส์นี้ ยากที่จะได้ 12 กม./ลิตร ส่วนใหญ่จะอยู่ 7-8 กม./ลิตร มากกว่า ถ้าขับได้ 12 กม./ลิตรจริง ถือว่าประหยัดมากสำหรับรถสเปกงานหนักแบบนี้ เนียนได้แค่ 10 โลลิตร ก้อหรูเทพแล้วครับ

เทียบกับ เรนเจอร์ V6 รุ่นมาตรฐาน และ เอเวอเรสต์ V6
เทียบอัตราสิ้นเปลือง 3 คัน เครื่อง 3.0 V6 เทอร์โบดีเซล เหมือนกัน แต่รถคนละแบบ
1. Ford Ranger Super Duty 3.0 V6
ตัวรถ : กระบะงานหนัก GVM 4,500 กก. ยาง AT 33 นิ้ว หนัก 2.6 ตัน+
วิ่งเปล่า ทดสอบจริง : 12.9 L/100km = 7.75 กม./ลิตร
ใช้งานทั่วไป + บรรทุก 650 กก. : 15.96 L/100km = 6.27 กม./ลิตร
ลากคาราวาน : 17-22 L/100km = 4.5-5.9 กม./ลิตร
ถังน้ำมัน : 130 ลิตร → วิ่งเปล่าได้ ∼1,000 กม.
2. Ford Ranger V6 3.0 ดีเซล รุ่นปกติ Wildtrak/Platinum
ตัวรถ : กระบะ 4 ประตู หนัก ∼2.4 ตัน ยาง H/T
ตัวเลขเคลมโรงงาน : 8.4-9.6 L/100km = 10.4-11.9 กม./ลิตร
ทดสอบจริง : 10.1 L/100km = 9.9 กม./ลิตร
ถังน้ำมัน : 80 ลิตร → วิ่งได้ ∼800-950 กม.
แรงม้า/แรงบิด : 250 PS / 600 Nm เท่า Super Duty
3. Ford Everest V6 3.0 ดีเซล Platinum
ตัวรถ : SUV 7 ที่นั่ง หนัก ∼2.45-2.5 ตัน แอโรไดนามิกดีกว่ากระบะ
ตัวเลขเคลมรวม : 8.5 L/100km = 11.8 กม./ลิตร
ผู้ใช้ขับจริง : 13-14 L/100km = 7.1-7.7 กม./ลิตร
ถังน้ำมัน : 80 ลิตร → วิ่งได้ ∼894 กม.
ทำไม Super Duty กินกว่าเยอะ?
1. น้ำหนัก : Super Duty หนักกว่า Ranger V6 ปกติ ∼275 กก. หนักกว่า Everest ∼200 กก.
2. ยาง+ความสูง : ยาง AT 33 นิ้ว + รถยกสูงกว่า 40 มม. ต้านลมเยอะ
3. เกียร์/เฟืองท้าย : จูนเกียร์ 1-3 แรงบิดมากกว่า 25% เน้นลากของ เฟืองท้ายทดหนักกว่า
4. แอโรไดนามิก : Super Duty ทรงสูง กว้าง Everest ลู่ลมสุด
สรุป : ถ้าไม่ต้องลาก 4.5 ตัน Ranger V6 ปกติหรือ Everest ประหยัดกว่า Super Duty กิโลละ 1.5-2 บาทแต่ถ้าต้องบรรทุก 2 ตัน+ลากเทรลเลอร์ Super Duty เท่านั้นที่ทำได้แบบถูกกฎหมาย GVM 4.5 ตัน คำนวณค่าน้ำมันวิ่ง กทม.-เชียงใหม่ เทียบ 3 คันที่ราคาดีเซล 40 บาท/ลิตร
สรุปให้เห็นภาพ
1. ประหยัดสุด : Everest V6 ถ้าขับได้ตามเคลม ถูกกว่า Super Duty 2,376 บาท/ทริป
2. Ranger V6 ปกติ : ประหยัดกว่า Super Duty 1,500-1,800 บาท/ทริป
3. Super Duty : แพงสุด แต่ถัง 130L เติมเต็มถัง 5,200 บาท วิ่ง กทม.-เชียงใหม่-กทม. ได้รอบเดียวจบ ไม่ต้องแวะปั๊ม Ranger V6/Everest ถัง 80L ต้องเติมเพิ่มกลางทาง
ถ้าลากคาราวาน 1,350 กม.
Super Duty กิน 17-22 L/100km → ค่าน้ำมัน 9,180 - 11,880 บาท
สรุปคือ Super Duty แพงค่าน้ำมันกว่าโลละ 1.3-2.0 บาท แต่ได้เปรียบเรื่องลากจูง 4.5 ตัน + ถังใหญ่ไม่ต้องเติมบ่อย ถ้าใช้งานทั่วไปไม่ลากหนัก Ranger V6/Everest คุ้มกว่า
หากคุณรักในความโหด ดุ ดิบ เถื่อน ไม่เน้นลากจูงบรรทุก ใช้งานประจำวันได้ จ่ายเพิ่มอีกนิด หากคิดจะแตกต่าง หรือ ถ้าคุณใช้งานหนัก ในเหมืองห่างไกล เน้นถังใหญ่ไม่กินข้าวลิงกลางป่า ใช้ไซต์งานประจำ สิ่งที่คุณจะได้จาก Super Duty คือความเป็นฟอร์ดเฮฟวีทรัค ที่ไม่มีใครเหมือน คุณคือคนที่ใช่หรือไม่ต้องชั่งใจดูครับ

