CHERY V23 ลุยน้ำได้ใจไม่หวิว
ขอแค่อย่าจอดแช่ก็พอ
ลองขับโดย : วชิระ เรืองมาลัย
บรรณาธิการอำนวยการ
Acarnewsonline
สัปดาห์ก่อนได้คลุกคลีใช้งานกับ เชอรี V23 อยู่หลายวัน วันนี้ถือโอกาสมาเล่าสู่กันฟังครับ จัดไปแบบครบ ๆ รถไฟฟ้าทรงกล่อง CHERY V23 ตอนนี้ขายในไทยเป็นนำเข้า CBU จีน มี 3 รุ่นย่อยหลักครับ
ราคาล่าสุด 2026
ราคาปกติทางการ
- รุ่น PLAY 2WD - 699,900 บาท (ตอนนี้ discontinued ในบางโชว์รูม)
- รุ่น PLUS 2WD - 759,900 บาท
- รุ่น PEAK 4WD - 889,900 บาท
โปรฉลองครบรอบ 1 ปี ถึง 31 ต.ค. 2026
- รุ่น PLUS 2WD ลด 60,000 เหลือ 699,900 บาท
- รุ่น PEAK 4WD ลด 50,000 เหลือ 839,900 บาท
และมีสีใหม่ออกตอน Motor Show 2026: Latte Gray 759,900 บาท, Pop Purple Limited Edition 769,900 บาท (ภายในขาว) ประกันตัวรถ 8 ปี / 200,000 กม., แบตเตอรี่ มอเตอร์ และกล่องควบคุม Lifetime Warranty, ประกันชั้น 1 ฟรี 1 ปี, บริการฉุกเฉิน 5 ปี

มิติตังถัง
- 4,220 x 1,915 x 1,845 มม. ฐานล้อ 2,735 มม. สูงจากพื้น 205 มม.
- ที่เก็บของท้าย 372 ลิตร
- ลุยน้ำได้ 600 มม., ดีไซน์ Modular ตกแต่งได้
ขุมพลัง
ขุมพลัง CHERY V23 2WD - รุ่น PLAY / PLUS
- มอเตอร์เดี่ยว ขับหลัง RWD
- พละกำลังสูงสุด 136 แรงม้า
- แรงบิดสูงสุด 180 นิวตัน-เมตร
- แบตเตอรี่ LFP 59.93 kWh
- ระยะวิ่ง 360 กม. NEDC (วิ่งจริง ∼280-300 กม.)
- 0-100 กม./ชม. 11.0 วินาที
- Top Speed 140 กม./ชม.
4WD - รุ่น PEAK
- มอเตอร์คู่ ขับ 4 ล้อ AWD
- พละกำลังสูงสุด 211 แรงม้า (หน้า 75 ม้า + หลัง 136 ม้า)
- แรงบิดสูงสุด 292 นิวตัน-เมตร
- แบตเตอรี่ NMC 81.76 kWh
- ระยะวิ่ง 430 กม. NEDC (วิ่งจริง ∼340-360 กม.)
- 0-100 กม./ชม. 7.5 วินาที
- Top Speed 140 กม./ชม.
ระบบชาร์จเหมือนกันทุกรุ่น
- AC 6.6 kW
- DC สูงสุด 80-85 kW ในรุ่น 2WD / 104 kW ในรุ่น 4WD
- DC 30-80% ประมาณ 30 นาที
- มี V2L จ่ายไฟนอกตัวรถ 3.3 kW
โหมดขับขี่
- 2WD มี 5 โหมด: Eco / Normal / Sport / Slippery / Individual
- 4WD เพิ่มโหมดที่ 6: Off-Road + ปรับน้ำหนักพวงมาลัยได้ 2 ระดับ, คันเร่ง 3 ระดับ, Regen 3 ระดับ
สีเขียว Dynamic Green มีทั้ง 2WD และ 4WD ครับ คันนี้ เป็นล้อเหล็กฝาครอบสไตล์ Retro จะอยู่ในรุ่น PLAY 19 นิ้ว
ชาร์จ
- AC 6.6 kW, DC สูงสุด 80-104 kW (2WD ∼85kW, 4WD ∼104kW)
- DC 30-80% ประมาณ 30 นาที, มี V2L 3.3 kW

ไฮไลท์ออปชั่น
- จอกลาง 15.4 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay / Android Auto, กล้อง 540 องศา Transparent Chassis
- เบาะหน้าปรับไฟฟ้า 6/4 ทิศทาง มีระบายอากาศ, พับเบาะหน้า 180 องศาได้, เบาะหลัง 50:50
- โหมดขับขี่ 5 โหมด (PLUS เพิ่ม Off-Road เป็น 6 โหมด)
- ล้อ 19 นิ้วในรุ่น PLAY, 21 นิ้วใน PLUS/PEAK
ความปลอดภัย รุ่น PLUS / PEAK ได้ครบ ACC, TJA, AEB, FCW, RCW, BSD, LDP, LKA, RCTA, DOW, TPMS, ถุงลม 6 ใบ ส่วนรุ่น PLAY จะได้แค่ BSD กับ LDP
สี Vibe Orange, Dynamic Green, Sparkle Silver, Sporty White, Ignite Black, และ Latte Gray / Pop Purple ใหม่
ทรง Boxy เรโทร ไฟกลม + กล่องเก็บของท้ายรถเป็นเอกลักษณ์ เหมาะถ้าชอบ EV ที่แตกต่าง ไม่เน้นประหยัดสุด ๆ แต่เน้นสไตล์ลุย ๆ ขับในเมืองก็ได้
สีในรูปคือ Dynamic Green
ชื่อทางการของ Chery ไทยเรียก สีเขียว Dynamic Green จะเป็นเขียวหม่นๆ เขียวอมเทา สไตล์ทหาร / เขียว Sage ที่ V23 ใช้เป็นสีโปรโมท
ถ้าดูในแคตตาล็อกจะมี 6 สีหลัก
- Dynamic Green = สีในรูปนี้
- Vibe Orange, Sporty White, Sparkle Silver, Ignite Black, Latte Grey
คันนี้ใส่ล้อเหล็กครอบฝาแบบ 19 นิ้วสไตล์ retro ด้วยเลยดูเข้ากับสีมาก สำหรับ V23 เรื่อง แฮนเดอริ่ง จะออกแนวรถทรงกล่องสูง ๆ มากกว่า SUV ทั่วไปครับ

ช่วงล่าง + พวงมาลัย
- หน้า MacPherson Strut หลัง Multi-link เซ็ตมาเน้นนุ่ม
- ปรับได้ละเอียดน้ำหนักคันเร่ง 3 ระดับ, พวงมาลัย 2 ระดับ, แป้นเบรก 2 ระดับ, Regen 3 ระดับ แต่ ไม่มี One-Pedal
- Ground Clearance 205-210 มม. มุมไต่ 43 องศา มุมจาก 41 องศา ลุยน้ำได้ 600 มม.
ฟีลขับจริงข้อดี
- ทัศนวิสัยกว้างมาก เพราะตัวรถสั้น 4.22ม. แต่สูง 1.84ม. ขับในเมืองมองง่าย
- พวงมาลัยเบา ขับง่าย คล่องตัวสำหรับมือใหม่ ช่วงล่างนุ่มกำลังดีในเมือง
ข้อสังเกต
- ถ้าเทียบกับพี่น้อง JAECOO 6 EV ฟีล V23 จะนุ่มย้วยกว่า โคลงกว่า คนนั่งหลังจะรู้สึกโยนๆ เหมือนเรือ เวลาวิ่งเร็วสูงจะมั่นใจน้อยกว่า JAECOO 6
- มุมอับสายตาเยอะกว่าจากทรงกล่อง + เสา A ใหญ่ ต้องอาศัยกล้อง 540 องศาช่วย
- "ช่วงล่างติดโคลง แต่ลุยกว่าที่คิด" พอเป็น 4WD PEAK มีโหมด Off-Road เพิ่มมา 6 โหมด รวม Slippery / Off-Road ขับทางดิน หิน ทำได้ดีกว่าที่คิด แต่ไม่ควรคาดหวังฟีลสปอร์ตคม ๆ แบบรถเตี้ย

สรุปถ้าขับ 80-110 ในเมือง / ทางไกลเรื่อย ๆ ชอบรถนุ่ม ๆ ทัศนวิสัยสูง V23 โอเคเลย ถ้าชอบขับเร็ว มุดโค้งคม ๆ หรือนั่งหลังบ่อย ๆ แนะนำไปลองขับก่อน เพราะหลายคนบ่นว่าโยกเหมือนเรือ และแนะนำให้ลองอัพเกรดโช้ค IRONMAN 4x4
สรุป Chery V23
1. ราคาตอนนี้
- รุ่น PLAY 2WD 699,900 บาท - ตอนนี้เลิกขายในบางที่แล้ว
- รุ่น PLUS 2WD ปกติ 759,900 → โปรครบรอบ 1 ปี 699,900 บาท ถึง 31 ต.ค. 2026
- รุ่น PEAK 4WD ปกติ 889,900 → โปร 839,900 บาท
ได้ Lifetime Warranty แบต/มอเตอร์/กล่องควบคุม + ประกันชั้น 1 ฟรี 1 ปี
2. สีในรูปคันนี้คือ Dynamic Green หรือเขียวทหารอมเทา เขียว Sage เป็นสีหลักที่ Chery ใช้โปรโมท จะมีอีก 5 สีคือ Vibe Orange / Sporty White / Sparkle Silver / Ignite Black / Latte Grey และ Limited Pop Purple ภายในขาว
3. สเปก
- มิติ 4,220 x 1,915 x 1,845 มม. ฐานล้อ 2,735 มม. สูงจากพื้น 205 มม. ลุยน้ำ 600 มม.
- 2WD : มอเตอร์หลัง 136 ม้า 180 Nm แบต LFP 59.93 kWh วิ่ง 360 กม. NEDC 0-100 11 วิ
- 4WD : มอเตอร์คู่ 211 ม้า 292 Nm แบต NMC 81.76 kWh วิ่ง 430 กม. NEDC 0-100 7.5 วิ
- ชาร์จ AC 6.6 kW / DC 80-104 kW (30-80% ∼30 นาที) มี V2L 3.3 kW
- จอ 15.4 นิ้ว CarPlayไร้สาย, กล้อง 540 องศา, เบาะหน้าพับ 180 องศาได้
4. แฮนเดอริ่ง / การขับ
- ช่วงล่างหน้า MacPherson หลัง Multi-link เซ็ต นุ่ม ย้วย โคลงเยอะ ทัศนวิสัยดีมาก ขับง่ายในเมือง
- ปรับน้ำหนัก พวงมาลัย 2 ระดับ / คันเร่ง 3 / เบรก 2 / Regen 3 ไม่มี One-Pedal
- ถ้าเทียบ JAECOO 6 จะโคลงกว่า มั่นใจน้อยกว่าที่ความเร็วสูง คนนั่งหลังอาจเมาได้ถ้าขับโยก ๆ แต่โหมด 4WD มีโหมด Off-Road 6 โหมด ลุยทางดินได้ดีกว่าที่คิด

เลือกยังไง
- ใช้งานเมืองล้วน อยากประหยัดสุด → PLUS 2WD ตอนโปรคุ้มสุด
- ชอบลุยจริง อยากแรงและนิ่งขึ้นหน่อย → PEAK 4WD
ถ้าเอา 2WD ในราคาโปร 699,900 บาท ตอนนี้ ถือว่าคุ้มครับ แต่ต้องเข้าใจว่ามันคุ้มเพราะ "ดีไซน์" ไม่ใช่เพราะ "สเปกคุ้มสุด" นะ
ทำไมถึงคุ้ม
1. ราคานี้ได้ของครบแล้ว
PLUS 2WD โปร 699,900 ได้แบต 59.9 kWh, จอ 15.4 นิ้ว, เบาะไฟฟ้าคู่หน้า+ระบายอากาศ, กล้อง 540 องศา, ADAS ครบ ACC / AEB / BSD / LDP จากที่รุ่น PLAY ไม่มี ที่ราคานี้หารถทรงกล่องไฟฟ้ายากมาก
2. ประกันโหดสุดในกลุ่ม
Lifetime Warranty แบต มอเตอร์ กล่องควบคุม + ตัวรถ 8 ปี / 200k กม. ในกลุ่ม 7 แสน ไม่มีใครให้แบบนี้
3. ทรงไม่เหมือนใคร
ถ้าคุณอยากได้รถที่ขับไปไหนคนมอง Boxy Retro แบบ Jimny / Defender ไฟฟ้า ในตลาดไทยตอนนี้มีแค่ V23 กับ JAECOO 6 ซึ่ง JAECOO 6 เริ่ม 899,000 บาท แพงกว่า 2 แสน
สิ่งที่ต้องรับให้ได้ถ้าเลือก 2WD
1. ระยะวิ่งจริงสั้น
เคลม 360 กม. NEDC วิ่งจริงทำได้ 17-18 kWh/100กม. ระยะจริงในเมือง ∼280-300 กม. นอกเมือง 240-260 กม. เทียบ BYD Atto 3 Extended 60kWh ที่ราคาใกล้กันวิ่งได้ไกลกว่า
2. ช่วงล่างนุ่มย้วย
อย่างที่บอก V23 นุ่มย้วย คนหลังไม่สบาย มั่นใจน้อยกว่า JAECOO 6 ที่ความเร็วสูง ถ้าขับเร็ว 120+ ตลอด จะรู้สึกโยน
3. ออปชั่นเล็ก ๆ หาย
ไม่มีแอร์หลัง ไม่มีช่องชาร์จหลัง ฝากระโปรงหน้าเปิดไม่ได้ ต้องพึ่งศูนย์ถ้าแบต 12V หมด

สรุปสั้น ๆ
คุ้มถ้าคุณซื้อเพราะชอบทรงกล่อง Dynamic Green ขับในเมืองเป็นหลักวันละไม่เกิน 150-200 กม., อยากได้รถคันที่ 2 เท่ ๆ ราคาไม่ถึง 7 แสน
ไม่คุ้มถ้าคุณเน้นวิ่งไกล 400กม. ต่อชาร์จ, นั่งหลังบ่อย, ชอบช่วงล่างเฟิร์ม ๆ สปอร์ตๆที่ 699,900 บาท ตัว PLUS 2WD คือตัวคุ้มสุดแล้วครับ ไม่ต้องไป PLAY เพราะต่างกันแค่ 10,000 แต่ได้ ADAS กับกล้องรอบคันเพิ่มมาเยอะ ถ้าโปรนี้หมดกลับไป 759,900 จะเริ่มไม่คุ้มแล้ว
และถ้ายิ่งเป็นรุ่น PLAY 2WD ตอนนี้ต้องบอกตรง ๆ ว่า ไม่คุ้มแล้วครับ เพราะศูนย์ส่วนใหญ่เลิกขายไปแล้ว PLAY ได้อะไร / เสียอะไร ราคาเดิม 699,900 บาท ตอนนี้ขึ้นป้ายว่า discontinued แล้ว เพราะโปร PLUS 2WD เหลือ 699,900 บาทเท่ากันสิ่งที่ PLAY ได้น้อยกว่า PLUS 2WD
- ล้อ 19 นิ้ว ยาง 255/55 R19 (PLUS ได้ 21 นิ้ว 265/45 R21)
- ไม่มีไฟหน้าปรับสูง-ต่ำอัตโนมัติ
- ไม่มี ADAS ครบชุดไม่มี ACC แปรผัน, ไม่มี TJA ช่วยขับความเร็วต่ำ, ไม่มี AEB เบรกอัตโนมัติ, ไม่มี FCW/RCW เตือนชนหน้า-หลัง, ไม่มีเตือนออกตัว
- กล้องได้แค่กล้องถอย ไม่มีกล้อง 360 องศา และไม่มีโหมดมองใต้ท้องรถ 540 องศา
พูดง่าย ๆ PLAY จะได้แค่ระบบพื้นฐาน BSD เตือนมุมอับ กับ LDP กันออกนอกเลนเท่านั้น
คุ้มไหม?
ถ้าเทียบตอนนี้
- รุ่น PLAY มือ 1 ค้างสต๊อก 699,900 = ไม่คุ้ม
- รุ่น PLUS 2WD โปร 699,900 = ได้ล้อใหญ่กว่า + ADAS ครบ + กล้อง 360 ในราคาเท่ากัน
คือเพิ่มเงิน 0 บาท แต่ได้ออปชั่นเพิ่มเป็นแสนครับ
ยกเว้น 2 กรณีที่ PLAY จะคุ้มคือได้รถมือ 2 หรือรถเทสไดร์ฟลดเหลือ 6.2-6.4 แสน และคุณไม่ชอบล้อ 21 นิ้วเลย อยากได้ล้อ 19 นิ้วนุ่มกว่า กินไฟน้อยกว่าถ้าจะเอามือ 1 ตอนนี้ เชียร์ไป PLUS 2WD โปร 699,900 จบสุดครับ จ่ายเท่า PLAY แต่ได้ครบเหมือน PEAK ขาดแค่ขับ 4 ล้อ

