ผ่าแผน PTG มอเตอร์สปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง
จับตา “สงขลา สตรีท เซอร์กิต”
14-18 ตุลาคม 69 รายการใหญ่ปีที่ 2 ปิดเมืองแข่ง PTRS
หลังประกาศยกระดับระบบนิเวศน์มอเตอร์สปอร์ตไทยมา 3 ปีโมเดลธุรกิจที่มาไกลเกินจริง
PT นับเป็นค่ายน้ำมันที่ประกาศตัวลงสนามหนุนมอเตอร์สปอร์ต มาร์เก็ตติ้ง อย่างจริงจังมากที่สุดในช่วง 3 ปีที่ผ่านมานับจากปี 2024-2026 ด้วยการทุ่มงบประมาณมหาศาล เมื่อครั้งแรกที่ตัดสินใจเข้าเป็นผู้สนับสนุนหลัก ไทยโมโต จีพี แทน OR ถึงวันนี้เราจะพาไปประเมินภาพผลตอบรับจากการตัดสินใจครั้งสำคัญครั้งนั้นว่าสถานการณ์ถึงวันนี้คุ้มค่าแค่ไหน
ต้องบอกว่า เกมการตลาดน้ำมันของ PT นี่คือเคสตัวอย่างของมอเตอร์สปอร์ตมาร์เก็ตติ้งที่ทำได้ครบที่สุดในไทยตอนนี้เลย ถ้าพูดถึง PT คือ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เจ้าของปั๊ม PT และน้ำมันเครื่อง PT Maxnitronเขาไม่ได้ทำแค่ติดสติ๊กเกอร์บนรถแข่ง แต่เขาสร้างระบบนิเวศน์ (Ecosystem) เองทั้งหมด แบ่งเป็น 3 ชั้น
1. มีทีมแข่งของตัวเอง - PT Maxnitron Motorsport
นี่คือหัวใจของการทำ Product Proof ตั้งทีมโรงงานเต็มรูปแบบ เปิดตัวนักแข่งชุดใหญ่ทุกปี ประกาศล่าแชมป์ทุกรายการ ปรับโฉมด้วยลวดลายใหม่ที่มีดีไซน์โฉบเฉี่ยว พร้อมสัญลักษณ์โลโก้ช้าง เพื่อสร้างแบรนด์ทีมแข่ง PT Maxnitron Motorsport ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง รถแข่งทุกคันใช้น้ำมันเครื่อง Maxnitron จริง วิ่งจริง พังจริง พิสูจน์ในสนามให้คนเห็นเลยว่าทนความร้อนสูงได้
2. มีรายการแข่งของตัวเอง - PT Maxnitron Racing Series (PTRS)
อันนี้คือไม้เด็ดสุดจากผู้สนับสนุน กลายเป็น เจ้าของลิขสิทธิ์การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบระดับประเทศ
3. ปี 2026 นีัจัดเป็นปีที่ 2 แล้วสำหรับ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด(มหาชน) หรือ PTG ในฐานะผู้สนับสนุนหลัก ประกาศความสำเร็จหลังการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบรายการยิ่งใหญ่ระดับประเทศ "PT MAXNITRON RACING SERIES 2026" สนามที่ 2 ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือกับ บริษัท เอส 63 โปรเจค จำกัด และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

สำหรับรายการปี 2026 มีแข่งรวม 6 รุ่น ได้แก่ Siam Group N และ Siam Eco เป็นต้น คือเปิดตั้งแต่รุ่นอีโค่คาร์ รถบ้าน ไปจนถึงรุ่น GT ตัวท็อป เพื่อให้คนทั่วไปมีที่ลงแข่งได้ สนามหลักคือ Chang International Circuit บุรีรัมย์ และที่สร้างกระแสมากคือ PT Songkhla Grand Prix ปิดถนนเลียบหาดชลาทัศน์ทำเป็น Street Circuit จริงๆโดยงานนี้ PTG ผนึก S63 และ จ.สงขลา จัดการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ "PT MAXNITRON RACING SERIES 2026: SONGKHLA GRANDPRIX" ปิดถนนเลียบหาดชลาทัศน์จัดสตรีทเซอร์กิต
อันนี้ฉลาดมาก เพราะมันผูกกับ ททท. กระตุ้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวภาคใต้ พร้อมยกระดับมอเตอร์สปอร์ตไทยสู่สากล วิสัยทัศน์ที่เขาพูดตลอดคือยังคงเดินหน้าสานต่อพันธกิจในการยกระดับระบบนิเวศของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย พร้อมเป็นเวทีสำคัญในการพัฒนาศักยภาพนักแข่งและทีมงานชาวไทย
ทำไมถึงเวิร์คในมุมการตลาด?
1. B2B Sponsorship Ecosystem: ดูในโซเชียลตอนนี้ PTRS กลายเป็นแพลตฟอร์มให้แบรนด์อื่นมาขายของร่วม เช่น NEXZTER, WISE, Lenso, Giti, Pumpkin Tools เอาเครื่องมือช่างไปโชว์ในพิทเลนจริง ๆ ทำให้ PT ไม่ได้จ่ายคนเดียว แต่ได้พาร์ทเนอร์มาช่วยกันโปรโมท
2. Content Engine ทุกเรซที่บุรีรัมย์จะมีการถ่ายทอดสด มีทั้ง Track Day, มี Midseason War, มีคอนเทนต์นักแข่งแบบ "1 Day with me" เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ล้างล้อ คนดูจะเห็นแบรนด์ PT Maxnitron ตลอดทั้งวัน ไม่ใช่แค่ตอนแข่ง
3. จากสนามสู่ปั๊ม กลยุทธ์สุดท้ายคือดึงคนจากสนามแข่งกลับไปที่สถานีบริการ PT ที่มีกว่า 2,000 สาขา มี Max Mart, กาแฟพันธุ์ไทย คือคนจำได้ว่า "แบรนด์นี้สนับสนุนมอเตอร์สปอร์ตไทยจริง" แล้วก็เกิด Brand Loyalty PTG ไม่ได้ซื้อมอเตอร์สปอร์ตมาเป็นสื่อ แต่ซื้อมาทั้งอุตสาหกรรม ตั้งแต่สร้างนักแข่ง สร้างรายการ สร้างสนามสตรีทเซอร์กิต จนมันกลายเป็นทรัพย์สินทางการตลาดของตัวเอง
เจาะงบ การตลาด มอเตอร์สปอร์ต สูงลิบ
คำถามที่คนในวงการอยากรู้มากแต่ PTG ไม่เคยเปิดงบ "มอเตอร์สปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง" มีเพียงแค่ บรรทัดเดียวตรง ๆ ที่เปิดเผยต่อสาธารณะและเป็นตัวเลขใหญ่ที่สุดคือดีล MotoGP
ดีลนี้ สะเทือนวงการมอเตอร์สปอร์ตเพราะ PTG ทุ่ม 300 ล้าน ผงาดคว้าสิทธิ์ไตเติ้ลสปอนเซอร์ "ThaiGP" 3 ปีรวด ภายใต้ชื่อ "PT Grand Prix of Thailand" ยาวถึงปี 2026 คิดเฉลี่ยคือ ปีละ 100 ล้านบาท แค่ค่าสิทธิ์ Title Sponsor อย่างเดียว ยังไม่รวมค่า Activation บูธ, คอนเสิร์ต, ค่าโปรโมทขายบัตรในสนามและถ้าจะประเมินงบมอเตอร์สปอร์ตทั้งก้อนต่อปี ต้องดูโครงสร้าง PTG อาทิ
1. MotoGP Title Sponsor 100 ล้าน/ปี รวมมูลค่า 300 ในระยะ 3 ปี
2. PT Maxnitron Racing Series (PTRS) เป็นเจ้าของรายการเอง
อันนี้ไม่มีตัวเลขเปิดเผย แต่ดูจากสเกลแล้วหนักกว่า Title Sponsor อีก เพราะ PTG เป็นโปรโมเตอร์ร่วมกับ S63 Project และ ททท. จัด 3-4 สนามต่อปี ที่ช้างฯ + ปิดเมืองทำ Street Circuit ที่สงขลา ซึ่งต้องมีค่าเช่าสนาม, ค่าโลจิสติกส์, ค่าถ่ายทอดสด, เงินรางวัล ทีมแข่ง 20-30 ทีม ในวงการประเมินกันว่า จัดเรซซิ่งซีรีส์ระดับประเทศ 1 ฤดูกาล ใช้งบประมาณราว 150-250 ล้านบาท
3. ทีมแข่งโรงงาน PT Maxnitron Motorsport + ทีมแข่งอื่น ๆ ส่งรถลงแข่งทุกรายการในไทย (Thailand Super Series, RAAT, etc.) ค่ารถ ค่าช่าง ค่านักแข่ง ค่ายาง น้ำมันเครื่อง
4. งบการตลาดรวมของ PTG
ดูจากงบการเงิน PTG มีค่าใช้จ่าย SG&A ปีละประมาณ 11,000 - 12,800 ล้านบาท ซึ่งในนั้นรวมค่าใช้จ่ายทางการตลาดทั้งหมด คนในวงการเลยประเมินกันว่า งบ Motorsport Marketing ทั้งระบบของ PT ต่อปี อยู่ที่ประมาณ 400 - 600 ล้านบาท สามารถแบ่งเป็น
- MotoGP 100 ล้าน
- PTRS + Songkhla Grand Prix 200 ล้าน+
- ทีมแข่ง + สปอนเซอร์นักแข่ง/ทีมอื่น ๆ + อีเวนต์ย่อย 100-200 ล้าน

ทำไม PTG ถึงทุ่มขนาดนี้?
เพราะสำหรับ PT มันไม่ใช่ค่าโฆษณา แต่เป็น ค่าการตลาดน้ำมัน (Marketing Margin) เขาคิดเป็นบาทต่อลิตร ถ้าขายน้ำมันได้ปีละ 6,000-7,000 ล้านลิตร งบ 500 ล้าน ก็คือลิตรละไม่ถึง 0.08 บาท แต่ได้ภาพลักษณ์ "แบรนด์คนไทยที่ดันมอเตอร์สปอร์ตไทยสู่สากล" กลับมามหาศาล และได้พื้นที่สื่อทั่วโลกจาก MotoGP ที่มีคนดู 800 ล้านคน โดยวัดผลการตลาด 3 ปี 2024-2026 เป็นอย่างไร
PTG เริ่มเป็น Title Sponsor ของ MotoGP สนามประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2024 เป็นการเซ็นสัญญา 3 ปีรวด ตั้งแต่ 2024 - 2026 ภายใต้ชื่อใหม่ "PT Grand Prix of Thailand"ก่อนหน้านี้สนามไทยใช้ชื่อ OR Thailand Grand Prix (ของ ปตท.) มาตั้งแต่ปี 2018 พอหมดสัญญา PTG ก็เข้ามาเสียบแทนในปี 2024 พอดีปีแรกที่จัดในชื่อ PT คือ 25-27 ต.ค. 2024 ที่ช้างฯ บุรีรัมย์ แล้วปี 2025-2026 ได้ขยับมาเป็นสนามเปิดฤดูกาลของโลกด้วย ยิ่งทำให้ดีลนี้คุ้มสำหรับ PT มาก
3 ปีที่ผ่านมาคือช่วงที่ PT เก็บเกี่ยวเต็ม ๆ เพราะซื้อ Title MotoGP ตั้งแต่ปี 2024-2026 แล้วก็ปั้นรายการของตัวเองจนติดลมบน ผลตอบรับแบ่งเป็น 2 ก้อนใหญ่ ๆ คือ
ฝั่ง MotoGP - PT Grand Prix of Thailand
นี่คือตัวทำชื่อ PT ให้ทะลุโลก
ปี 2024 - ปีแรกที่เปลี่ยนชื่อจาก OR มาเป็น PT มีผู้เข้าชมในสนาม 3 วันรวม 205,343 คน แบ่งเป็นคนไทย 154,666 คน ต่างชาติ 50,677 คน สร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 4,759 ล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าสูงสุดในรอบ 5 ปีที่จัดมา มาจากงบจัดงาน 745 ล้านบาท + คนดูใช้จ่ายค่าโรงแรม อาหาร ของที่ระลึก 4,014 ล้านบาท และทำให้เกิดการจ้างงาน 6,939 ตำแหน่ง รัฐเก็บภาษีได้ไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท
ปี 2025-2026 กลายเป็นสนามเปิดฤดูกาลโลก
ปี 2025 PT ได้สิทธิ์เป็นสนามที่ 1 ของโลกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ จากปกติอยู่ท้ายฤดูกาล พอเป็นสนามเปิด ทำให้มูลค่าการพูดถึงพุ่งมาก บัตรแกรนด์สแตนด์กว่า 10,000 ที่นั่ง Sold Out ใน 2.55 นาที ทุบสถิติ ถ่ายทอดสด กว่า 200 ประเทศ สู่ผู้ชม 800 ล้านคนทั่วโลก ปี 2025 ประเมินเงินสะพัดกว่า 5,043 ล้านบาท ปี 2026 มีรายงานผู้ร่วมงาน 3 วันกว่า 2.2 แสนคน ตัวเลขเงินหมุนเวียนทะลุ 5,000 ล้านบาทแล้วสำหรับ PT คือได้ Brand Visibility ที่ประเมินค่าไม่ได้ เพราะโลโก้ PT อยู่บนป้ายสนามทุกมุมกล้องที่ถ่ายทอดไปทั่วโลก
ฝากฝั่งรายการของตัวเอง - PT Maxnitron Racing Series
อันนี้คือตัวชี้วัด Loyalty ของวงการรถยนต์ในประเทศ ซึ่งปี 2025-2026 ถือว่าประสบความสำเร็จมาก
ปี 2025 ปิดฤดูกาล 3 สนาม 7 เรซที่ช้างฯ และไปปิดถนนจัด PT Songkhla GrandPrix ที่สงขลา เป็นครั้งแรก เป็นการพิสูจน์ว่าเขาจัด Street Circuit ระดับประเทศได้จริง
ปี 2026 นี้กระแสจะโตแบบก้าวกระโดด เมื่อเปิดศึกนัดแรกอย่างยิ่งใหญ่ด้วยทัพรถแข่งเข้าร่วมชิงชัยกว่า 190 คัน รวมทุกรายการ และได้รับกระแสตอบรับอย่างท่วมท้นด้วยยอดรับชมการถ่ายทอดสดผ่านทุกแพลตฟอร์มรวมกว่า 3,038,246 วิว สิ่งที่ PT ทำใหม่แล้วได้ผลตอบรับดีคือ
- Twilight Mode แข่งช่วงพลบค่ำ เพิ่มความท้าทายและถ่ายรูปสวย คนดูในไลฟ์ชอบมาก
- ดึง Isuzu Challenge Thailand 2026 และ Honda One Make Race มาเป็น Support Race ทำให้มีรถเยอะ มีกองเชียร์จากคลับรถต่างๆ มารวมตัวกัน
- ยอดวิว 3 ล้าน+ ต่อสนาม ถือว่าสูงมากสำหรับรายการรถยนต์ทางเรียบในไทย
ภาพรวม 2-3 ปีที่ผ่านมา PT ทำสำเร็จตามที่เขาประกาศไว้คือ "ยกระดับระบบนิเวศน์มอเตอร์สปอร์ตไทย"
คือไม่ได้แค่เอาตัวเองไปแปะ แต่สร้างสนาม สร้างรายการ สร้างคอนเทนต์ให้คนในวงการมีที่วิ่งจริง ๆ ผลพลอยได้ทางธุรกิจที่ PTG รายงานใน MD&A คือ ยอดขายน้ำมันยังคงโตต่อเนื่อง ส่วนแบ่งตลาดขึ้นมา 21.9% ใน Q4/24 และแบรนด์ Maxnitron ถูกจดจำในฐานะน้ำมันเครื่องสายแข่งจริง ไม่ใช่แค่สายโฆษณา
เหตุผลใดที่ PTG เลือก “สงขลา” เป็นสถานที่จัดงานแข่งขันสตรีท เซอร์กิต
การเลือก สงขลา คือจุดที่ฉลาดที่สุดของ PTG ไม่ได้เลือกเพราะแค่สวย แต่เลือกเพราะ กลยุทธ์กระจายมอเตอร์สปอร์ตสู่ภูมิภาค
คุณฉลอง ติรไตรภูษิต ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร PTG พูดไว้ชัดเจนมากในตอนประกาศจัดปี 2025 ว่า การจัดการแข่งขัน PT MAXNITRON RACING SERIES 2025 สนาม SONGKHLA GRAND PRIX สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของ PTG ในการยกระดับกีฬามอเตอร์สปอร์ตให้เข้าถึงคนไทยทั่วประเทศ ไม่จำกัดอยู่เฉพาะเมืองใหญ่ การเลือกจังหวัดสงขลาเป็นสนามหลักในครั้งนี้ ไม่เพียงสร้างโอกาสให้กับคนในพื้นที่ภาคใต้ แต่ยังมีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น ส่งเสริมการท่องเที่ยว และสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในระดับภูมิภาค

ถ้าแตกออกมาเป็นเหตุผลเชิงการตลาด ทำไมต้องสงขลา มี 4 ข้อครับ
ได้สนามใหม่โดยไม่ต้องสร้างสนาม
ที่บุรีรัมย์มีช้างฯ อยู่แล้ว แต่ภาคใต้ไม่มีสนามเซอร์กิตมาตรฐาน FIA เลย PTG ใช้วิธีเนรมิตถนนเลียบหาดชลาทัศน์ และถนนราชดำเนินให้เป็นสนามแข่งเฉพาะกิจ เนรมิตพื้นที่บริเวณถนนเลียบหาดชลาทัศน์ และถนนราชดำเนินให้กลายเป็นสนามแข่งขันรูปแบบสตรีทเซอร์กิต เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ โมเดลเดียวกับ Singapore GP / Monaco GP คือปิดเมืองแข่ง ภาพถ่ายออกมาสวยมาก เห็นทะเลสาบสงขลาเป็นฉากหลัง ได้สื่อฟรีทั่วประเทศ
การเมืองท้องถิ่นพร้อมซัพพอร์ต 100%
งานนี้ PTG ผนึกกับ จังหวัดสงขลา, S63 Project, ททท. และภาครัฐ-เอกชนทั้งหมด เป็นงานที่ผู้ว่าฯ ลงมาเล่นเอง การขอปิดถนน 5 วัน (14-18 ต.ค. 69) แบบนี้ ถ้าไม่ใช่สงขลาที่อยากโปรโมทเมืองเป็น Sport City จะทำไม่ได้
งานนี้ จะขยายฐานลูกค้า PT ในภาคใต้ เมื่อ PT มีปั๊มเยอะที่สุดในภาคใต้อยู่แล้ว จากเอกสาร PTG AGM 2024 (รายงานประจำปี 2566) มีการแยกสัดส่วนสถานีบริการ PT ตามภูมิภาคไว้สรุปจำนวนสถานีบริการน้ำมัน PT แยกตามภาค ปี 2566 ทั้งหมด 2,201 สถานี (ปี 2566) เพิ่มจาก 2,149 สถานีในปี 2565
โดยแบ่งเป็นสัดส่วน
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 31%
- ภาคเหนือ 21%
- ภาคตะวันออก 12%
- ภาคตะวันตก 11%
- กรุงเทพและปริมณฑล 10%
- ภาคใต้ 9%
- ภาคกลาง 6%
เมื่อคำนวณสถานีบริการ PT ภาคใต้
2,201 x 9% = ประมาณ 198 สถานี ในปี 2566 ถ้านับถึงปีปัจจุบัน (Q1/69 PTG รายงานว่าธุรกิจน้ำมันยังโต +5.2% และมีเป้าขยายสถานีเพิ่มอีก) ตัวเลขภาคใต้ตอนนี้น่าจะอยู่ที่ 200-220 สถานี แต่ภาพลักษณ์ยังเป็นปั๊มรถบรรทุก การเอามอเตอร์สปอร์ตไปจัดถึงที่ แล้วให้ ชมฟรีตลอดงาน คนสงขลา หาดใหญ่ พัทลุง จะได้มาสัมผัสแบรนด์ PT Maxnitron จริง ๆ ไม่ต้องไปดูไกลถึงบุรีรัมย์ Sport Tourism ตามนโยบายรัฐ
คุณฉลอง ยังได้ย้ำอีกประโยคไว้คือการเลือกสงขลาเป็นสนามสำคัญไม่เพียงเป็นการขยายโอกาสกีฬามอเตอร์สปอร์ตไปสู่ภูมิภาค แต่ยังสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น และสร้างชื่อเสียงประเทศไทยบนเวทีโลก พูดง่าย ๆ คือ PT เอาโมเดลเดียวกับ MotoGP ที่บุรีรัมย์ มาทำสเกลเล็กแต่ทำที่สงขลา เพื่อให้ ททท. เอาไปขายต่อได้ว่าไทยมี Street Circuit ระดับประเทศที่ภาคใต้แล้วนะ
เมื่อปี 2025 ลองจัดครั้งแรกประสบความสำเร็จดีงาม ในปี 2026 เลยจัดใหญ่ขึ้นเป็น 5 วันเต็ม มีทั้งแข่งรถ ทั้งคาร์คลับ ทั้งคอนเสิร์ต ถือเป็นการปักหมุดว่าต่อไปภาคใต้จะมี สนามสตรีทเซอร์กิตประจำปีของตัวเองเหมือนบางแสนแล้วครับ

เจาะความพร้อม ฐานธุรกิจ PTG ภาคใต้
ฐานธุรกิจของตระกูลรัชกิจประการ เจ้าของ PTG เริ่มจากภาคใต้แบบ 100% ชื่อเดิมบริษัทจะบอกอยู่แล้ว จุดเริ่มต้นคลังน้ำมันใต้
บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG มีจุดเริ่มต้นจากธุรกิจขนาดเล็กในภาคใต้ ภายใต้ชื่อเดิม "บริษัท ภาคใต้เชื้อเพลิง จำกัด" ซึ่งก่อตั้งเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2531 โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ร่วมกับครอบครัวรัชกิจประการ ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้นเพียง 1 ล้านบาทตอนแรกไม่ได้ทำปั๊ม แต่ทำเป็นคลังน้ำมันและจัดจำหน่ายน้ำมันให้ชุมชน ธุรกิจประมง และภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคใต้เป็นหลัก พูดง่ายๆ คือขายส่งให้เรือประมง โรงงานอุตสาหกรรมในภาคใต้ก่อน
จุดเปลี่ยนเมื่อปักธงต่างจังหวัด
ปี 2535 เริ่มทำปั๊มแบรนด์ PT จริงจัง แล้วใช้กลยุทธ์ที่ฉลาดมากคือ "ปักธงต่างจังหวัด" พร้อมกำหนดกลยุทธ์ที่แตกต่างจากผู้เล่นรายใหญ่ในขณะนั้น โดยเลือก "ปักธงต่างจังหวัด" เป็นแกนหลักของการเติบโต แทนการแข่งขันในเขตเมืองที่มีผู้เล่นหนาแน่นอย่าง PTT หรือ Bangchak
คือไม่ไปบวกกับ ปตท. บางจาก ในกรุงเทพ แต่ไปยึดถนนสายหลัก รถบรรทุก ภาคใต้ อีสาน เหนือก่อน ฐานลูกค้าเลยเป็นดีเซล รถเชิงพาณิชย์
ปัจจุบันยังคงเป็นรายได้หลักของ PTG เส้นทางของ PTG เริ่มจากธุรกิจคลังน้ำมันในภาคใต้ ก่อนจะเติบโตขึ้นเป็นผู้เล่นเบอร์ 2 ของตลาดค้าปลีกน้ำมันไทย ผ่านกลยุทธ์ "ปักธงต่างจังหวัด" จากคลังน้ำมันเล็ก ๆ ที่สงขลา รายได้รวมปี 68 ทะลุ 224,000 ล้านบาทแล้วโครงสร้างปัจจุบัน ธุรกิจครอบครัวยังถือหุ้นใหญ่ ถึงจะเป็นมหาชนแล้ว แต่อำนาจควบคุมยังอยู่กับตระกูลผ่านโฮลดิ้งบริษัท รัชกิจ โฮลดิ้ง จำกัด ถือหุ้นประมาณ 25.12% เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 มีคุณพิทักษ์ รัชกิจประการ (CEO คนปัจจุบัน เป็นน้องชายคุณพิพัฒน์) ถือโดยตรงราว 2.6% และเป็นคนวางยุทธศาสตร์มาตั้งแต่ปี 2549
จุดเชื่อมโยงกับเรื่องสงขลา สตรีทเซอร์กิตคือ PTG ยังมีธุรกิจพลังงานทดแทนที่ภาคใต้ด้วย เช่นโครงการโรงไฟฟ้าขยะในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา บนพื้นที่ประมาณ 30 ไร่ โดยใช้ขยะชุมชนจากเทศบาลเมืองบ้านพรุ เลยไม่แปลกที่พอจะจัดสตรีทเซอร์กิตเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภาคใต้ PTG ถึงเลือกสงขลา เพราะมันคือบ้านเกิดทางธุรกิจของเขา และมีความสัมพันธ์กับภาครัฐ ท้องถิ่นในพื้นที่แน่นมาก

ข้ามมาที่ MotoGP อีกสักนิด
ปี 2570 รัฐบาลไทยต่อสัญญา MotoGP เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปีก่อน โดย ครม. มีมติเมื่อ 4 พ.ย. 2025 อนุมัติกรอบวงเงิน 3,997.86 ล้านบาท ให้ไทยเป็นเจ้าภาพ MotoGP ต่ออีก 5 ปี ตั้งแต่ 2027-2031
Dorna Sports ผู้จัดก็ประกาศแล้วว่าจะจัดที่ช้างฯ บุรีรัมย์ถึงปี 2031 ส่วน PTG ในฐานะ Title Sponsor ภายใต้ชื่อ PT Grand Prix of Thailand มาต่อเนื่อง 3 ปี 2024-2026 นั้น
แม้ในฤดูกาลหน้าที่จะมาถึงในปี 2570 นั้น จะยังไม่มีการแจ้งข่าวอย่างเป็นทางการ จาก PTG แต่ก็มีแนวโน้มว่า PTG คงจะเซฟงบประมาณ ส่วนนี้ที่ต้องใช้มากถึงปีละกว่า 100 ล้านตลอดสัญญาที่จะต้องเซ็นซึ่งมีมูลค่าสูง กว่า 300 ล้านบาท เพราะเมื่อพินิจพิเคราะห์แล้วเชื่อว่าตลอดสัญญา3 ปี ที่ผ่านมา แผนงาน มอเตอร์สปอร์ต มาร์เก็ตติ้งของ PTG ที่ใช้ Moto Gp เป็นทัพหน้ากรุยทางได้สร้างชื่อแบรนด์ไว้ได้ชนิด ติดลมบน อย่างกว้างขวางเจิดจ้า แล้วนั้น ถ้าเก็บงบประมาณส่วนนี้ไว้ใช้เพื่อพัฒนารายการของตัวเอง และพัฒนา พื้นที่ภาคใต้ฐานธุรกิจสำคัญ ซึ่งปัจจุบันก็เดินมาไกลแล้ว ให้ได้ดีมากขึ้นกว่านี้อีกเยอะทีเดียว อย่างไรก็ตามรอบทสรุปจากการแถลงข่าวของการ MotoGP สนามประเทศไทย ปี 2570 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายน จะชัดเจนที่สุด

