สอท.เผยยอดผลิต/ขายรถ

มิ.ย. 69 สถิติผลิตส่งออกลดลง

ยอดขายในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น

 

สอท. สรุปภาพรวมตลาดรถยนต์เดือน มิถุนายน 2569 ผลิตรถยนต์ 120,391คัน ลดลงร้อยละ 7.55 ผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้า  12,634 คัน เพิ่งผลิตรถกระบะไฟฟ้า 270 คัน ขาย 58,724 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.26 รถยนต์นั่งไฟฟ้า (BEV) 22,275 คัน รถกระบะไฟฟ้า 274 คัน ส่งออก 81,526 คัน ลดลงร้อยละ 7.45 ส่งออกรถยนต์นั่งไฟฟ้า 292 คัน ส่งออกรถกระบะไฟฟ้า 19 คัน

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์  ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประเทศ ในเดือนมิถุนายน 2569 ดังต่อไปนี้

การผลิต

จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนมิถุนายน 2569 มีทั้งสิ้น 120,391 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 7.55 โดยลดลงเพราะผลิตเพื่อส่งออกรถยนต์นั่งและรถกระบะลดลงร้อยละ 50.11 และ 8.07 ตามลำดับ จากการส่งออกไปตะวันออกกลางลดลงไป 7,727 คันคิดเป็นร้อยละ 38.35 จากเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว  รวมทั้งผลิตรถกระบะเพื่อขายในประเทศลดลงร้อยละ 17.04 ส่งผลให้ยอดผลิตรวมลดลงร้อยละ 7.55 จากเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว

จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม - มิถุนายน 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 717,212 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 1.04

รถยนต์นั่ง เดือนมิถุนายน 2569 ผลิตได้ 48,317 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 5.30 โดยแบ่งเป็น

- รถยนต์นั่ง Internal Combustion Engine มีจำนวน 9,582 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 64.54

- รถยนต์นั่ง Battery Electric Vehicle มีจำนวน 12,634 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 282.38

- รถยนต์นั่ง Plug-in Hybrid Electric Vehicle มีจำนวน 1,571 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 395.58

- รถยนต์นั่ง Hybrid Electric Vehicle มีจำนวน 24,530 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 20.37

ยอดผลิตของรถยนต์นั่ง ตั้งแต่เดือนมกราคม - มิถุนายน 2569 มีจำนวน 252,371 คัน เท่ากับร้อยละ 35.19 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 4.65 โดยแบ่งเป็น

- รถยนต์นั่ง Internal Combustion Engine มีจำนวน  84,051 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 29.21

- รถยนต์นั่ง Battery Electric Vehicle มีจำนวน 34,030 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 43

- รถยนต์นั่ง Plug-in Hybrid Electric Vehicle มีจำนวน 12,319 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 23.97

- รถยนต์นั่ง Hybrid Electric Vehicle มีจำนวน 121,971 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 8.71

รถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่า 10 ตัน และมากกว่า 10 ตัน ขึ้นไป ในเดือนมิถุนายน 2569 ไม่มีการผลิต รวมเดือนมกราคม - มิถุนายน 2569 ไม่มีการผลิต

รถยนต์บรรทุก เดือนมิถุนายน 2569 ผลิตได้ทั้งหมด 72,074 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 9 และตั้งแต่เดือนมกราคม - มิถุนายน 2569 ผลิตได้ทั้งสิ้น 464,841 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 1.04

รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนมิถุนายน 2569 ผลิตได้ทั้งหมด 70,539 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 10.13 และตั้งแต่เดือนมกราคม - มิถุนายน 2569 ผลิตได้ทั้งสิ้น 456,157 คัน เท่ากับร้อยละ 63.60 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 0.10 โดยแบ่งเป็น

- รถกระบะบรรทุก 74,901 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 2.40

- รถกระบะดับเบิลแค็บ 285,978 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 2.38

- รถกระบะดับเบิลแค็บ BEV 2,101 คัน    เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 2,234.44

- รถกระบะ PPV 93,177 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 4.10

รถบรรทุกขนาดต่ำกว่า 5 ตัน - มากกว่า 10 ตัน เดือนมิถุนายน 2569 ผลิตได้ 1,535 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 115.59 รวมเดือนมกราคม - มิถุนายน 2569 ผลิตได้ 8,684 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 98.76

ผลิตเพื่อส่งออก

เดือนมิถุนายน 2569 ผลิตได้ 67,784 คัน เท่ากับร้อยละ 56.30 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 20.18 และเดือนมกราคม - มิถุนายน 2569 ผลิตเพื่อส่งออกได้ 449,161 คัน เท่ากับร้อยละ 62.63 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2568 ร้อยละ 5.44

รถยนต์นั่ง เดือนมิถุนายน 2569 ผลิตเพื่อส่งออก 12,201 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 50.11 และตั้งแต่เดือนมกราคม - มิถุนายน 2569 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 93,885 คัน เท่ากับร้อยละ 37.20 ของยอดผลิตรถยนต์นั่ง ลดลงจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 3.78

รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนมิถุนายน 2569 มียอดการผลิตเพื่อการส่งออก 55,583 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 8.07 และตั้งแต่เดือนมกราคม - มิถุนายน 2569 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 355,276 คัน เท่ากับร้อยละ 77.89 ของยอดการผลิตรถกระบะ ลดลงจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 5.87 โดยแบ่งเป็น

- รถกระบะบรรทุก 37,003 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 10.91

- รถกระบะดับเบิลแค็บ 248,857 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 6.39

- รถกระบะ PPV 69,416 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 0.94

ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ

เดือนมิถุนายน 2569 ผลิตได้ 52,607 คัน เท่ากับร้อยละ 43.70 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 16.12 และเดือนมกราคม - มิถุนายน 2569 ผลิตได้ 268,051 คัน เท่ากับร้อยละ 37.37 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 7.35

รถยนต์นั่ง เดือนมิถุนายน 2569 ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 36,116 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 35.95 และตั้งแต่เดือนมกราคม - มิถุนายน 2569 ผลิตได้ 158,486 คัน เท่ากับร้อยละ 62.80 ของยอดการผลิตรถยนต์นั่ง โดยเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ลดลงร้อยละ 5.15

รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนมิถุนายน 2569 มียอดการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 14,956 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 17.04 และตั้งแต่เดือนมกราคม - มิถุนายน 2569 ผลิตได้ทั้งสิ้น 100,881 คัน เท่ากับร้อยละ 22.11 ของยอดการผลิตรถกระบะ และเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 28.94 ซึ่งแบ่งเป็น

- รถกระบะบรรทุก 37,898 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 19.89

- รถกระบะดับเบิลแค็บ 39,222 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 44.19

- รถกระบะ PPV 23,761 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 22.30

รถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่า 10 ตัน และมากกว่า 10 ตันขึ้นไป ในเดือนมิถุนายน 2569 ไม่มีการผลิต รวมเดือนมกราคม - มิถุนายน 2569 ไม่มีการผลิต

รถบรรทุกขนาดต่ำกว่า 5 ตัน - มากกว่า 10 ตัน เดือนมิถุนายน 2569 ผลิตได้ 1,535 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 115.59 รวมเดือนมกราคม - มิถุนายน 2569 ผลิตได้ 8,684 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 98.76

รถจักรยานยนต์

เดือนมิถุนายน 2569 ผลิตรถจักรยานยนต์ได้ทั้งสิ้น 213,232 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 3.73 แยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 183,370 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 4.11 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 29,862 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 1.46

ยอดการผลิตรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม - มิถุนายน 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,261,349 คัน ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 0.68 โดยแยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 1,020,194 คัน ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 2.09 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 241,155 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 5.79

ยอดขาย

ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนมิถุนายน 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 58,724 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2569 ร้อยละ 19.36 และเพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 17.26 โดยตัวเลขยอดขายเพิ่มขึ้นเพราะยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมมากขึ้นจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลางรวมทั้งการส่งเสริมให้ติดตั้งโซลาร์เซลล์ของรัฐบาล รถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นมีราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ส่วนใหญ่ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้ามาจากการนำเข้ามากกว่ารถยนต์ที่ผลิตในประเทศ ส่งผลให้หกเดือนปีนี้รถยนต์นั่งที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในผลิตลดลงถึง 34,679 คันหรือลดลงร้อยละ 29.21 จากตัวเลขหกเดือนของปีที่แล้ว

รถกระบะซึ่งใช้ชิ้นส่วนในประเทศกว่าร้อยละ 90 ยังคงขายได้แค่ 10,805 คัน  ลดลงร้อยละ 3.17 จากมิถุนายนปีที่แล้ว รถกระบะเคยขายได้เดือนละ 30,000 คันก่อนการระบาดของโรคโควิด-19 ปัจจุบันขายได้เดือนละ 10,000 คัน ลดลงทุกเดือนตลอดสามปีมาแล้วจากการเข้มงวดของสถาบันการเงิน ส่งผลให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนและซัพพลายเชนผลิตลดลงด้วย รายได้และกำไรของบริษัทเหล่านี้ลดลง  รัฐบาลเก็บภาษีสรรพสามิตและภาษีเงินได้นิติบุคคลลดลง รายได้คนงานและพนักงานของผู้ผลิตชิ้นส่วนและซัพพลายเชนทั้งหลายก็มีรายได้ลดลง จึงระมัดระวังการใช้เงิน ส่งผลให้การลงทุน การจ้างงานชะลอตัวลง เศรษฐกิจในประเทศเติบโตในอัตราต่ำ จึงขอให้รัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้เกิดการลงทุนขนาดใหญ่ การจ้างงานจำนวนมากเพื่อสร้างอำนาจซื้อให้มากขึ้น ใช้หนี้ได้มากขึ้น หนี้ครัวเรือนจะได้ลดลงอย่างแท้จริง รัฐบาลเก็บภาษีต่าง ๆ ได้มากขึ้น นำเงินภาษีไปลงทุน จ้างงานให้คนไทยให้มีรายได้มากขึ้น ทำให้ประเทศอยู่ในวัฏจักรเศรษฐกิจขาขึ้นเสียที

รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์มีจำนวน 42,420 คัน เท่ากับร้อยละ 72.24 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 31.53

- รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์สันดาปภายใน (ICE) 8,114 คัน เท่ากับร้อยละ 13.82 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 33.72

- รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้า (BEV) 22,275 คัน เท่ากับร้อยละ 37.93 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 140.47

- รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสมแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) 1,469 คัน เท่ากับร้อยละ 2.50 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 163.73

- รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ REEV 58 คัน เท่ากับร้อยละ 0.10 ของยอดขายทั้งหมด ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย

- รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสม (HEV) 10,504 คัน เท่ากับร้อยละ 17.89 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 3.08

รถกระบะ (Pure Pickup) มีจำนวน 10,805 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 3.17 รถกระบะไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 274 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 149.09 รถกระบะ REEV มีจำนวน 5 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 16.67 รถกระบะ HEV มีจำนวน 5 คัน ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย รถ PPV มีจำนวน 2,983 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 26.02 รถบรรทุก 5–10 ตัน มีจำนวน 1,496 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 10.57 รถบรรทุก 5–10 ตันไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 1 คัน ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย และรถประเภทอื่น ๆ มีจำนวน 735 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 37.02

ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 178,028 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2569 ร้อยละ 23.89 และเพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 15.37

ตั้งแต่เดือนมกราคม–มิถุนายน 2569 รถยนต์มียอดขาย 346,966 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 14.63 แยกเป็น

รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ มีจำนวน 240,426 คัน เท่ากับร้อยละ 69.29 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 24.13

- รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์สันดาปภายใน (ICE) 54,506 คัน เท่ากับร้อยละ 15.71 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 24.83

การปรับประมาณการผลิตรถยนต์ปี 2569

จากการติดตามสถานการณ์อุตสาหกรรมยานยนต์และภาวะเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้ปรับประมาณการผลิตรถยนต์ของประเทศไทยในปี 2569 ลงจากเดิม 1,500,000 คัน เหลือ 1,450,000 คัน หรือลดลงร้อยละ 3.33

โดยปรับลดประมาณการผลิตเพื่อการส่งออกจาก 950,000 คัน เหลือ 900,000 คัน หรือลดลงร้อยละ 5.26 ขณะที่ประมาณการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศยังคงไว้ที่ 550,000 คัน เท่าเดิม

การปรับประมาณการดังกล่าวมีสาเหตุสำคัญจากปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทย ได้แก่

1. สงครามในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนและมีแนวโน้มยืดเยื้อ โดยปริมาณการส่งออกรถยนต์ไปยังตะวันออกกลางในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ลดลงร้อยละ 38.35 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่อง

2. มาตรการกีดกันการค้าและภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐฯ ยังคงดำเนินต่อไป โดยส่งผลต่อบรรยากาศทางเศรษฐกิจโลกที่ยังผันผวน

3. การเข้ามาทำตลาดของรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีน ส่งผลต่อการแข่งขันกับรถยนต์จากประเทศไทยในการส่งออกไปภูมิภาคต่าง ๆ ทั้ง อาเซียน ออสเตรเลียและโอเชียเนีย รวมถึงภูมิภาคอื่น ๆ

4. เกณฑ์การปล่อยมลพิษจากรถยนต์ของประเทศคู่ค้าเริ่มมีความเข้มงวดเพิ่มมากขึ้น

การปรับประมาณการผลิตรถจักรยานยนต์ปี 2569

จากการติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจภายในประเทศและแนวโน้มความต้องการของตลาดรถจักรยานยนต์อย่างต่อเนื่อง กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้ปรับประมาณการผลิตรถจักรยานยนต์ของประเทศไทยในปี 2569 เพิ่มขึ้นจากเดิม 2,000,000 คัน เป็น 2,050,000 คัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.50

โดยยังคงประมาณการผลิตเพื่อการส่งออกไว้ที่ 400,000 คัน ขณะที่ปรับเพิ่มประมาณการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศจาก 1,600,000 คัน เป็น 1,650,000 คัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.13

การปรับเพิ่มประมาณการผลิตรถจักรยานยนต์ในครั้งนี้ มีปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ดังนี้

1. การผลิตเพื่อส่งออกยังคงเป้าเดิมที่ 400,000 คัน เนื่องจากตลาดรถจักรยานยนต์ที่ประเทศไทยส่งออกไป มีการส่งไปในหลายภูมิภาคทั่วโลก จึงไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากสภาวะสงคราม ในปัจจุบันยังคงมียอดการสั่งซื้ออตามแผน

2. การผลิตเพื่อขายในประเทศปรับขึ้น จาก 1.6 ล้านคัน เป็น 1.65 ล้านคัน (ประมาณการขายตลาดรวมในประเทศอยู่ที่ 1.75 ล้านคัน) โดยได้ปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ “ไทยช่วยไทย พลัส” ทำให้มีการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้ผู้บริโภคหันมาใช้รถจักรยานยนต์ และการเกิดไฟแนนซ์ ขนาดเล็กใหม่ ๆ (Microfinance) ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ดีขึ้น

ข้อมูลจดทะเบียนที่ใช้เชื้อเพลิงต่าง ๆ เดือนมิถุนายน 2569 (เฉพาะ รย.1)

เดือนมิถุนายน 2569 มียานยนต์ใช้เชื้อเพลิงประเภทต่าง ๆ จำนวน 54,190 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 13.66 โดยแบ่งเป็น

- ประเภทไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 19,767 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 53.16

- ประเภทน้ำมันเบนซิน มีจำนวน 8,636 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 28.56

- ประเภทน้ำมันดีเซล มีจำนวน 9,223 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 6.12

- ประเภทน้ำมันผสมไฟฟ้า (HEV) มีจำนวน 14,237 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 25.55

- ประเภทน้ำมันผสมไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) มีจำนวน 2,327 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 53.19

-  อื่น ๆ มีจำนวน 0 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 100

เดือนมกราคม - มิถุนายน 2569 มียานยนต์ใช้เชื้อเพลิงประเภทต่างๆ จำนวน 326,349 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 17.17 โดยแบ่งเป็น

- ประเภทไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 103,087 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 84.73

- ประเภทน้ำมันเบนซิน มีจำนวน 55,912 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 24.21

- ประเภทน้ำมันดีเซล มีจำนวน 67,320 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 1.76

- ประเภทน้ำมันผสมไฟฟ้า (HEV) มีจำนวน 89,818 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 25.65

- ประเภทน้ำมันผสมไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) มีจำนวน 10,206 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 9.75

- อื่น ๆ มีจำนวน 6 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 200 

ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท BEV เดือนมิถุนายน 2569

เดือนมิถุนายน 2569 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 22,898 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายนปีที่แล้วร้อยละ 55.64 โดยแบ่งเป็น

1. รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่าง ๆ มีทั้งสิ้น 19,958 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 49.92

- รถยนต์นั่ง จำนวน 19,777 คัน

- รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน จำนวน173 คัน

- รถยนต์บริการทัศนาจร จำนวน 8 คัน

2. รถกระบะ รถแวนมีทั้งสิ้น 29 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 83.71

3. รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 2,878 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 80.89

- รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล จำนวน 2,878 คัน

4. รถยนต์สามล้อมีทั้งสิ้น 4 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 33.33

- รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล จำนวน 4 คัน

5. รถโดยสารมีทั้งสิ้น 11 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายนปีที่แล้วร้อยละ 10

6. รถบรรทุกมีทั้งสิ้น 18 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายนปีที่แล้วร้อยละ 200

เดือนมกราคม - มิถุนายน 2569 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน      120,010 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - มิถุนายนปีที่แล้วร้อยละ 73.79 โดยแบ่งเป็น

7. รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 105,280 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 84.61

- รถยนต์นั่ง จำนวน 103,132   คัน        

- รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน จำนวน 2,102 คัน

- รถยนต์บริการธุรกิจ จำนวน 20 คัน

- รถยนต์บริการทัศนาจร จำนวน 26 คัน

8. รถกระบะ รถแวนมีทั้งสิ้น 278 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 7.33

9. รถยนต์สามล้อมีทั้งสิ้น 25 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 127.27

- รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล จำนวน 25 คัน

10. รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 14,156 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 22.68

- รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล จำนวน 14,154 คัน

- รถจักรยานยนต์สาธารณะ จำนวน 2   คัน

11. รถโดยสารมีทั้งสิ้น 79 คัน เพิ่มขึ้นเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 25.40

12. รถบรรทุกมีทั้งสิ้น 192 คัน เพิ่มขึ้นเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 66.96

ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท HEV เดือนมิถุนายน 2569

เดือนมิถุนายน 2569 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (HEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 14,378 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายนปีที่แล้วร้อยละ 24.81 โดยแบ่งเป็น

1. รถยนต์นั่งและรถประเภทต่าง ๆ มีทั้งสิ้น 14,247 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 25.15

- รถยนต์นั่ง จำนวน 14,237    คัน

- รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน 3   คัน

- รถยนต์บริการทัศนาจร จำนวน 7 คัน

2. รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 131 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 3.68

-  รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล จำนวน 131 คัน

เดือนมกราคม - มิถุนายน 2569 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (HEV) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน 90,287 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - มิถุนายนปีที่แล้วร้อยละ 24.86 โดยแบ่งเป็น

3. รถยนต์นั่งและรถประเภทต่าง ๆ มีทั้งสิ้น 89,878 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 25.29

- รถยนต์นั่ง จำนวน 89,818 คัน

- รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน จำนวน 8 คัน

- รถยนต์บริการธุรกิจ จำนวน 10 คัน

- รถยนต์บริการทัศนาจร จำนวน 42 คัน

4. รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 409 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 29.12

- รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล จำนวน 409 คัน

ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท PHEV เดือนมิถุนายน 2569

เดือนมิถุนายน 2569 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (PHEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 2,329 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายนปีที่แล้วร้อยละ 52.82 โดยแบ่งเป็น

1. รถยนต์นั่งและรถประเภทต่าง ๆ มีทั้งสิ้น 2,329 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายนปีที่แล้วร้อยละ 52.82

- รถยนต์นั่ง จำนวน 2,327 คัน

- รถยนต์บริการทัศนาจร 2 คัน

เดือนมกราคม - มิถุนายน 2569 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (PHEV) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน 10,214 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม - มิถุนายนปีที่แล้วร้อยละ 9.98 โดยแบ่งเป็น

2. รถยนต์นั่งและรถประเภทต่าง ๆ มีทั้งสิ้น 10,214 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – มิถุนายน ปีที่แล้วร้อยละ 9.98

- รถยนต์นั่งจำนวน 10,206 คัน    

- รถยนต์บริการธุรกิจ 5 คัน

- รถยนต์บริการทัศนาจร 3 คัน

ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท BEV ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท BEV มีจำนวนทั้งสิ้น 491,447  คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 65.59 โดยแบ่งประเภทได้ ดังนี้

1. รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่าง ๆ มีทั้งสิ้น 385,553 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 77.60

- รถยนต์นั่งมีจำนวน 373,652 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 75.99

- รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คนมีจำนวน 8,664 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 142.83

- รถยนต์บริการธุรกิจมีจำนวน 267 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 21.36

- รถยนต์บริการทัศนาจรมีจำนวน 349 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 71.92

- รถยนต์บริการให้เช่ามีจำนวน 6 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 100

- รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มีจำนวน 2,615 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 232.70

2. รถกระบะและรถแวนมีจำนวน 1,823 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 54.36

3. รถยนต์ 3 ล้อมีจำนวนทั้งสิ้น 1,060 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 2.91

- รถยนต์สามล้อส่วนบุคคลมีจำนวน 154 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 29.41

- รถยนต์รับจ้างสามล้อมีจำนวน 906 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 0.55

4. รถจักรยานยนต์มีจำนวนทั้งสิ้น 98,569 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 33.77

- รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลมีจำนวน 98,374 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 33.82

- รถจักรยานยนต์สาธารณะมีจำนวน 195 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 85.71

5. อื่น ๆ

- รถโดยสารมีจำนวนทั้งสิ้น 2,964 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 4.07

- รถบรรทุกมีจำนวนทั้งสิ้น 1,478 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 45.62

ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท HEV ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท HEV มีจำนวนทั้งสิ้น 694,320  คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 28.02 โดยแบ่งประเภทได้ ดังนี้

1. รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่าง ๆ มีทั้งสิ้น 684,023 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 28.44

- รถยนต์นั่งมีจำนวน 681,987 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 28.39

- รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารฯ มีจำนวน 515 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 0.59

- รถยนต์บริการธุรกิจ มีจำนวน 259 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 34.20

- รถยนต์บริการทัศนาจร มีจำนวน 385 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 26.23

- รถยนต์บริการให้เช่า มีจำนวน 10 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 42.86

- รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มีจำนวน 867 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 121.17

2. รถกระบะและรถแวนมีจำนวน 1 คัน เท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2568

3. รถจักรยานยนต์มีจำนวนทั้งสิ้น 10,294 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 5.17

- รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลมีจำนวน 10,294 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 5.17

4. อื่น ๆ