โตโยต้า คาดตลาดรวมยานยนต์ปี 69

มียอดขาย 6.3 แสนคัน ส่วนตัวตั้งเป้าที่  2.43 แสนคัน

โต 6% ครองส่วนแบ่งตลาดที่ 38.6%

 

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวถึง แนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปีนี้ คาดว่าอยู่ในสภาวะทรงตัว ต้องติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจในประเทศ และทิศทางการเมือง ตลอดจนมาตรการต่าง ๆ ของสถาบันการเงิน

อย่างไรก็ตามเชื่อว่ายังมีแรงหนุนอุปสงค์จากกิจกรรมในภาคธุรกิจและการลงทุนนโยบายของภาครัฐที่จะสนับสนุนและเร่งการใช้จ่าย รวมทั้งการขยายตัวการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมในประเทศ และโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการผลักดันมาตรการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ รวมทั้งการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ที่มาพร้อมกลยุทธ์การส่งเสริมการขาย ดังนั้นจึงคาดการณ์ว่ายอดขายรถยนต์ในปีนี้ จะอยู่ราว 630,000 คัน เพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับปี 2568

โตโยต้าตั้งเป้ายอดขายที่ 243,000 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ประมาณ 6% สำหรับส่วนแบ่งการตลาดประมาณการที่ 38.6%  

ส่วนภาพรวมของอุตสาหกรรมไทยในปีที่ผ่านมาว่า โดยรวมของเศรษฐกิจในประเทศและการตลาดรถยนต์ในปี 2568 ถือว่าอยู่ในช่วงของการฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป ตัวเลขยอดขายตลาดรวมอยู่ที่ 621,166 คัน เพิ่มขึ้นกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 จำนวน 8.5% เนื่องจากได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมของภาครัฐ หากแต่ภาพการฟื้นตัวยังไม่ชัดเจน เพราะภาวะเศรษฐกิจโดยรวม โดยเฉพาะปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับที่สูง ก่อให้เกิดผลกระทบกับกำลังซื้อของผู้บริโภค

สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ในส่วนของตลาดรถยนต์นั่งเติบโตได้มาตรการส่งเสริมภาครัฐโดยเฉพาะในช่วงปลายปี 2568 ทำให้รถนั่งมียอดกระเตื้องขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตามตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ โดยเฉพาะรถกระบะ ค่อนข้างได้รับผลกระทบ เพราะกำลังซื้อจากผู้บริโภคยังไม่ฟื้นตัว กอปรกับความเข้มงวดเงื่อนไขต่าง ๆ ของสินเชื่อ เป็นปัจจัยสำคัญทำให้ตลาดกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบ

ในส่วนยอดขายของโตโยต้าในปี 2568 มียอดรวมที่ 230,038 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ราว 4.4% ยังครองความเป็นผู้นำตลาด ด้วยส่วนแบ่งการลาด 37% และสามารถครองอันดับที่ 1 ได้ทั้ง 7 ตลาดหลัก โดยเฉพาะตลาดรถยนต์นั่ง โตโยต้ามีส่วนแบ่งตลาดถึง 34% กลุ่ม Eco Car มีส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 48.7% กลุ่มรถยนต์ไฮบริด มีส่วนแบ่งการตลาดถึง 47.4%

ขณะที่สัดส่วนยอดขายเพื่อการพาณิชย์ครองอันดับ 1 มีส่วนแบ่งการตลาด 38.9% จากความนิยมของรถกระบะไฮลักซ์ ประกอบกับบริษัท มีการเปิดตัว Toyota Hilux Travo ใหม่ ทำให้ส่วนแบ่งการตลาดกระบะของโตโยต้าสูงถึง 48.7%

ปัจจุบันโตโยต้ามีเครือข่ายงานบริการครอบคลุมทั่วประเทศ จำนวนผู้จำหน่าย 153 ราย และศูนย์บริการ 451 แห่ง

ปริมาณการส่งออกรถยนต์และการผลิตของโตโยต้าในปี 2568 ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปไปจำนวน 358,135 คัน เพิ่มขึ้น 6% จากปี 2567 โดยยอดรวมการผลิตรถยนต์สำหรับการขายภายในประเทศและการส่งออกในปี 2568 มีจำนวนทั้งสิ้น 564,933 คัน หรือเพิ่มขึ้น  5 % จากปี 2567 

สำหรับเป้าหมายการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปของโตโยต้าในปี 2569 คาดการณ์ว่ายังต้องเผชิญกับภาวะทรงตัวสอดคล้องกับสถานการณ์โดยรวมของเศรษฐกิจโลก หากแต่ยังพอมีสัญญานบวกจากแนวโน้มความต้องการที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มประเทศคู่ค้าในโซนเอเชียและตะวันออกกลาง ส่งผลให้โตโยต้าตั้งเป้าปริมาณการส่งออกรถยนต์อยู่ที่ 425,000 คัน หรือเพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และได้ตั้งเป้าการผลิตรถยนต์ทั้งหมดของปี 2569 อยู่ที่ราว 633,850 คัน หรือเพิ่มขึ้น 12% จากปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้โตโยต้ายึดมั่นในแนวคิด “Best in Town” โดยมุ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับลูกค้า รวมถึงการส่งมอบประสบการณ์เหนือความคาดหมายตลอดวงจรชีวิตการใช้งานยานพาหนะและบริการ ทำให้รถยนต์โตโยต้าเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตลูกค้าในระยะยาว พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่รองรับความต้องการของลูกค้าในทุกช่วงชีวิต ตลอดจนพัฒนาการบริการทั้งในด้านการขาย การดูแลหลังการขาย และการซ่อมบำรุง เพื่อให้ลูกค้าได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและเต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพ

แคมเปญ "Trusted by Toyota" เป็นแคมเปญที่เปิดตัวโดย บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ในปีที่ผ่านมา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเสริมภาพลักษณ์ด้านความน่าเชื่อถือให้แก่แบรนด์โตโยต้าในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการยกระดับการให้บริการ รวมถึงสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้าในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกซื้อรถยนต์ การบริการหลังการขาย และการดูแลลูกค้าผ่านความใส่ใจในทุกมิติ

1. การยกระดับความน่าเชื่อถือของแบรนด์ เน้นย้ำถึงการให้ความสำคัญกับกระบวนการทำงานที่โปร่งใส และการมอบบริการที่มีคุณภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นทางด้านผลิตภัณฑ์และการบริการแก่ลูกค้าคนไทย

2. การนำเสนอสินค้าและนวัตกรรมด้านยานยนต์ที่เหมาะสมต่อความต้องการของคนไทย ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เสนอทางเลือกที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น การเป็นผู้นำในรถยนต์พลังงานไฮบริด (HEV) ของประเทศไทย หรือการเดินหน้าส่งเสริมนโยบายพลังงานสะอาด โดยการเปิดตัวรถ EV ใหม่ในประเทศไทย เช่น Toyota bZ4X และ Hilux TRAVO-e ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% เจาะกลุ่มตลาดผู้ที่มองหาเทคโนโลยีอนาคต ขณะเดียวกัน โตโยต้ายังคงยึดมั่นในแนวทาง Multi-Pathway ที่มุ่งมั่น “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานหลากหลายรูปแบบ เพื่อรองรับการใช้งานที่แตกต่างและตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างครอบคลุม

การพัฒนาบริการหลังการขายสู่มาตรฐานระดับสูง เพื่อยกระดับคุณภาพควบคู่กับความสะดวกและรวดเร็ว ด้วยเครือข่ายศูนย์บริการโตโยต้าที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากลกว่า 451 แห่งทั่วประเทศ พร้อมบริการ T-Connect แอปพลิเคชันสำหรับลูกค้าโตโยต้า ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการนัดหมายเช็คระยะ ตรวจสอบสถานะรถยนต์ และแจ้งขอความช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังเดินหน้าพัฒนาและขยายศูนย์บริการซ่อมรถยนต์ทางเลือกใหม่ ฟิกซ์ฟิต (FIXFIT) ภายใต้การควบคุมมาตรฐานการดำเนินงานโดยบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ซึ่งเปิดให้บริการรถยนต์ทุกยี่ห้อ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้านอก

3. ระยะเวลารับประกันที่ต้องการความสะดวก คุ้มค่า และคุณภาพที่เชื่อถือได้ ด้วยทีมช่างผู้ชำนาญและอะไหล่คุณภาพ โดยปัจจุบันมีสาขาให้บริการแล้ว 21 สาขา ครอบคลุมพื้นที่สำคัญทั่วประเทศ และตั้งเป้าหมายในการเปิดให้บริการมากกว่า40 สาขา ภายในปี2569 เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดบริการหลังการขาย และยกระดับประสบการณ์ลูกค้า

ยิ่งไปกว่านั้น โตโยต้ายังคงมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย พร้อมทั้งเสริมสร้างสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคมที่ดี ผ่านการดำเนินกิจกรรมและขยายผลการดำเนินงานในโครงการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ

- การรณรงค์ด้านการขับขี่ปลอดภัยกับ “โครงการ โตโยต้า ถนนสีขาว" เพื่อสร้างสังคมคนขับรถดี โดยมุ่งเป้าลดการเสียชีวิตและการบาดเจ็บของผู้ใช้รถใช้ถนน ผ่านการปลูกฝังจิตสำนึกเรื่องความปลอดภัยให้ครอบคลุม ทุกวัย ตลอดจนการร่วมมือกับมูลนิธิโตโยต้า โมบิลิตี้ และพันธมิตรอื่น ๆ ในพื้นที่กรุงเทพฯ และจังหวัดฉะเชิงเทรา ภายใต้โครงการ TRUST (Thailand Road Users Safety through Technology) โดยมีแนวทางในการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเชิงระบบและการวิเคราะห์ข้อมูล โดยมีเป้าหมายเพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ลดการเสียชีวิต และการบาดเจ็บในกลุ่มผู้ใช้ถนนในประเทศไทย

- การรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อมุ่งสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอนผ่านโครงการต่าง ๆ อาทิ “โครงการลดเปลี่ยนโลก และ “โครงการรถเปลี่ยนโลก”

- การดำเนินโครงการ “โตโยต้า ธุรกิจชุมชนพัฒน์” โดยถ่ายทอดและแบ่งปันองค์ความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพการดำเนินธุรกิจของวิสาหกิจชุมชนไทย ภายใต้แนวคิด “วิถีชุมชนพัฒน์…TSI Way”

- การดำเนินโครงการ “Toyota GIVING ขับเคลื่อนไทยให้ยั่งยืน” ซึ่งเป็นพันธกิจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน ผ่านการให้ในทุกมิติ ทั้งด้านสุขภาพ ความเป็นอยู่ ภูมิปัญญา และการศึกษา รวมถึงการเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในหลายพื้นที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ฟื้นฟูความเป็นอยู่ และส่งต่อกำลังใจให้คนไทยก้าวผ่านวิกฤตไปด้วยกัน