ส่งออกสะดุด แต่ตลาดไทยยังไปต่อ
ส.อ.ท. ชี้ EV โต 61% หนุนยอดขายในประเทศ
นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ พร้อมด้วย นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท. เปิดเผยจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประเทศ ในเดือนพฤษภาคม 2569 ว่าประเทศไทยผลิตรถยนต์ 114,214 คัน ลดลงร้อยละ 17.94 จากการส่งออกที่ชะลอตัว โดยเฉพาะตลาดตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้ง อย่างไรก็ตาม ยอดขายรถยนต์ในประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.60 และยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) เติบโตร้อยละ 61.19 ส่งผลให้การผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศมีสัดส่วนสูงกว่าการผลิตเพื่อส่งออกเป็นครั้งแรก สะท้อนแรงขับเคลื่อนของตลาดภายในประเทศที่ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
การผลิต
จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนพฤษภาคม 2569 มีทั้งสิ้น 114,214 คัน ลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2568 ร้อยละ 17.94 เนื่องจากผลิตส่งออกรถยนต์นั่งและรถกระบะลดลงร้อยละ 26.66 และ 38.79 ตามลำดับ ส่งผลให้ผลิตเพื่อส่งออกลดลงร้อยละ 36.20 แม้ว่าผลิตเพื่อขายในประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.78 ก็ตาม ส่งผลให้ยอดผลิตรวมลดลงร้อยละ 17.94 เป็นครั้งแรกที่ผลิตเพื่อขายในประเทศมากกว่าผลิตเพื่อส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางซึ่งเป็นตลาดหลักอันดับสามของการส่งออกรถยนต์ของประเทศไทยที่ปี 2568 ส่งออกไป 200,001 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 21 ของยอดส่งออกทั้งหมด
จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 587,759 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 1.13
รถยนต์นั่ง เดือนพฤษภาคม 2569 ผลิตได้ 47,407 คัน ลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2568 ร้อยละ 12.43 โดยแบ่งเป็น
- รถยนต์นั่ง Internal Combustion Engine มีจำนวน 14,019 คัน ลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2568 ร้อยละ 44.39
- รถยนต์นั่ง Battery Electric Vehicle มีจำนวน 6,185 คัน ลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2568 ร้อยละ 3.53
- รถยนต์นั่ง Plug-in Hybrid Electric Vehicle มีจำนวน 4,197 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2568 ร้อยละ 128.47
- รถยนต์นั่ง Hybrid Electric Vehicle มีจำนวน 23,006 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2568 ร้อยละ 11.27
ยอดผลิตของรถยนต์นั่ง ตั้งแต่เดือนมกราคม - พฤษภาคม 2569 มีจำนวน 204,006 คัน เท่ากับร้อยละ 34.71 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 4.51 โดยแบ่งเป็น
- รถยนต์นั่ง Internal Combustion Engine มีจำนวน 74,421 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 18.85
- รถยนต์นั่ง Battery Electric Vehicle มีจำนวน 21,396 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 4.40
- รถยนต์นั่ง Plug-in Hybrid Electric Vehicle มีจำนวน 10,748 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 11.73
- รถยนต์นั่ง Hybrid Electric Vehicle มีจำนวน 97,441 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 6.12
รถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่า 10 ตัน และมากกว่า 10 ตัน ขึ้นไป ในเดือนพฤษภาคม 2569 ไม่มีการผลิต รวมเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2569 ไม่มีการผลิต
รถยนต์บรรทุก เดือนพฤษภาคม 2569 ผลิตได้ทั้งหมด 66,807 คัน ลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2568 ร้อยละ 21.45 และตั้งแต่เดือนมกราคม - พฤษภาคม 2569 ผลิตได้ทั้งสิ้น 383,753 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 0.76
รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนพฤษภาคม 2569 ผลิตได้ทั้งหมด 65,314 คัน ลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2568 ร้อยละ 22.68 และตั้งแต่เดือนมกราคม - พฤษภาคม 2569 ผลิตได้ทั้งสิ้น 376,604 คัน เท่ากับร้อยละ 64.07 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 0.16 โดยแบ่งเป็น
- รถกระบะบรรทุก 61,939 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 2.46
- รถกระบะดับเบิลแค็บ 234,920 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 3.09
- รถกระบะดับเบิลแค็บ BEV 1,831 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 3,968.89
- รถกระบะ PPV 77,914 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 4.88
รถบรรทุกขนาดต่ำกว่า 5 ตัน - มากกว่า 10 ตัน เดือนพฤษภาคม 2569 ผลิตได้ 1,493 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2568 ร้อยละ 159.20 รวมเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2569 ผลิตได้ 7,149 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 95.49
ผลิตเพื่อส่งออก
เดือนพฤษภาคม 2569 ผลิตได้ 55,694 คัน เท่ากับร้อยละ 48.76 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2568 ร้อยละ 36.20 และเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2569 ผลิตเพื่อส่งออกได้ 372,299 คัน เท่ากับร้อยละ 63.34 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากปี 2568 ระยะเวลาเดียวกันร้อยละ 4.56
รถยนต์นั่ง เดือนพฤษภาคม 2569 ผลิตเพื่อการส่งออก 13,661 คัน ลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2568 ร้อยละ 4.96 และตั้งแต่เดือนมกราคม - พฤษภาคม 2569 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 81,636 คัน เท่ากับร้อยละ 40.01 ของยอดผลิตรถยนต์นั่ง เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 11.65
รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนพฤษภาคม 2569 มียอดการผลิตเพื่อการส่งออก 42,033 คัน ลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2568 ร้อยละ 38.79 และตั้งแต่เดือนมกราคม - พฤษภาคม 2569 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 290,663 คัน เท่ากับร้อยละ 77.18 ของยอดการผลิตรถกระบะ ลดลงจากเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 8.30 โดยแบ่งเป็น
- รถกระบะบรรทุก 30,856 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 14.46
- รถกระบะดับเบิลแค็บ 202,626 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 8.58
- รถกระบะ PPV 57,181 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 3.53
ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ
เดือนพฤษภาคม 2569 ผลิตได้ 58,520 คัน เท่ากับร้อยละ 51.24 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2568 ร้อยละ 12.78 และเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2569 ผลิตได้ 215,460 คัน เท่ากับร้อยละ 36.66 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 5.41
รถยนต์นั่ง เดือนพฤษภาคม 2569 ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 33,746 คัน ลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2568 ร้อยละ 4.96 และตั้งแต่เดือนมกราคม - พฤษภาคม 2568 ผลิตได้ 122,370 คัน เท่ากับร้อยละ 59.99 ของยอดการผลิตรถยนต์นั่ง โดยเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2568 ลดลงร้อยละ 12.92
รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนพฤษภาคม 2569 มียอดการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 23,281 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2568 ร้อยละ 47.30 และตั้งแต่เดือนมกราคม - พฤษภาคม 2569 ผลิตได้ทั้งสิ้น 85,941คัน เท่ากับร้อยละ 22.82 ของยอดการผลิตรถกระบะ และเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 42.73 ซึ่งแบ่งเป็น
- รถกระบะบรรทุก 31,083 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 27.49
- รถกระบะดับเบิลแค็บ 34,125 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 63.94
- รถกระบะ PPV 20,733 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 38.06
รถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่า 10 ตัน และมากกว่า 10 ตัน ขึ้นไป ในเดือนพฤษภาคม 2569 ไม่มีการผลิต รวมเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2569 ไม่มีการผลิต
รถบรรทุกขนาดต่ำกว่า 5 ตัน - มากกว่า 10 ตัน เดือนพฤษภาคม 2569 ผลิตได้ 1,493 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2568 ร้อยละ 159.20 รวมเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2569 ผลิตได้ 7,149 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 95.49
รถจักรยานยนต์
เดือนพฤษภาคม 2569 ผลิตรถจักรยานยนต์ได้ทั้งสิ้น 230,691 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2568 ร้อยละ 9.67 แยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 187,591 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 5.80 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 43,100 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 30.45
ยอดการผลิตรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม – พฤษภาคม 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,048,117 คัน ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 1.53 โดยแยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 836,824 คัน ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 3.35 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 211,293 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 6.43
ยอดขาย
ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนพฤษภาคม 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 57,765 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือน เมษายน 2569 ร้อยละ 19.36 และเพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2568 ร้อยละ 10.60 เพราะขายรถยนต์นั่งไฟฟ้าและรถ SUVไฟฟัาเพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นจากการข้ดแย้งในตะวันออกกลางและขายรถบรรทุกเพิ่มขึ้นจากการกลับมาผลิตของบางบริษัทที่ย้ายโรงงานเสร็จแล้ว รถกระบะมีอัตราเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.21 จากเดือนเดียวกันปีที่แล้วเพราะความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินจากเศรษฐกิจในประเทศที่เติบโตในอัตราต่ำ หนี้ครัวเรือนยังคงสูงกว่าร้อยละ 80 ของ GDP ส่งผลให้อำนาจซื้อของประชาชนอ่อนแอ เศรษฐกิจโลกยังมีความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างประเทศและสงครามการค้า
ยอดขายในประเทศอาจเพิ่มขึ้นจากเงินลงทุนที่ 153,558 ล้านบาทในห้าเดือนแรกปีนี้มากกว่าห้าเดือนปีที่แล้วร้อยละ 6.46 รวมทั้งการส่งออกที่ยังเติบโตในเดือนพฤษภาคม 2569 ร้อยละ 10.6 จากพฤษภาคมปีที่แล้ว และจากยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตขึ้นจากราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับที่สูงรวมทั้งการปรับคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจ GDP ของประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็น 2.3 % ในปีนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทย รวมทั้งนโยบายลดค่าใช้จ่ายประชาชนและการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลโดยเฉพาะการลงทุนจากต่างประเทศและนักลงทุนไทย
รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ มีจำนวน 40,907 คัน เท่ากับร้อยละ 70.82 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 15.04
- รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์สันดาปภายใน (ICE) 8,435 คัน เท่ากับร้อยละ 14.60 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วที่ร้อยละ 38.74
- รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้า (BEV) 18,034 คัน เท่ากับร้อยละ 31.22 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วที่ร้อยละ 61.19
- รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสมแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) 1,663 คัน เท่ากับร้อยละ 2.88 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 123.82
- รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ REEV (Range-Extended Electric Vehicle) 73 คัน เท่ากับร้อยละ 0.13 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 100
- รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสม (HEV) 12,702 คัน เท่ากับร้อยละ 21.99 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 28.82
รถกระบะมีจำนวน 11,171 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 0.21 รถกระบะไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 201 เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 133.72 รถกระบะ REEV มีจำนวน 5 คัน ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย รถกระบะ HEV มีจำนวน 4 คัน ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย รถ PPV มีจำนวน 3,164 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 2.10 รถบรรทุก 5 – 10 ตัน มีจำนวน 1,496 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 26.99 รถบรรทุก 5 – 10 ตันไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 35 คัน ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย และรถประเภทอื่นๆ มีจำนวน 782 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว 32.47
ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 169,724 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมีนาคม 2569 ร้อยละ 23.89 และเพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2568 ร้อยละ 3.08
ตั้งแต่เดือนมกราคม - พฤษภาคม 2569 รถยนต์มียอดขาย 288,242 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 14.10 แยกเป็น
รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ มีจำนวน 197,935 คันเท่ากับร้อยละ 68.67 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 21.62
- รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์สันดาปภายใน (ICE) 46,321 คัน เท่ากับร้อยละ 16.07ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วที่ร้อยละ 24.93
- รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้า (BEV) 82,143 คัน เท่ากับร้อยละ 28.50 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วที่ร้อยละ 83.27
- รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสมแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) 4,554 คัน เท่ากับร้อยละ 1.58 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 2.41
- รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ REEV (Range-Extended Electric Vehicle) 781 คัน เท่ากับร้อยละ 0.27 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 100
- รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสม (HEV) 64,136 คัน เท่ากับร้อยละ 22.25 ของยอดขายรถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 23.87
รถกระบะมีจำนวน 59,265 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 5.13 รถกระบะไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 695 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 168.34 รถกระบะ REEV มีจำนวน 12 คัน ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย รถกระบะ HEV มีจำนวน 210 คัน ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย รถ PPV มีจำนวน 17,910 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 16.56 รถบรรทุก 5 – 10 ตัน มีจำนวน 7,690 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 31.39 รถบรรทุก 5 – 10 ตันไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 71 คัน ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย และรถประเภทอื่นๆ มีจำนวน 4,454 คัน ลดลงจากเดือนช่วงกันในปีที่แล้ว 24.80
ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 775,325 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม–พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 3.12
การส่งออก
รถยนต์สำเร็จรูป
เดือนพฤษภาคม 2569 ส่งออกได้ 59,434 คัน ลดลงร้อยละ 26.69 เพราะส่งออกไปตะวันออกกลางลดลงร้อยละ 66.14 จากการขัดแย้งระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน และส่งออกไปออสเตรเลีย- โอเชียเนียซึ่งเป็นตลาดหลักของประเทศไทยลดลงร้อยละ 37.18 จากรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีนเข้ามาแข่งขันมากขึ้นจากกฎหมายการเข้มงวดในการปล่อยคาร์บอนของรถยนต์เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตามเครื่องยนต์สันดาปภายในและชิ้นส่วนส่งออกเพิ่มขึ้นดังนี้
- รถกระบะ 34,044 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 57.28 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 35.23
- รถกระบะ BEV 44 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 0.07 ของการส่งออกทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 100
- รถยนต์นั่ง ICE 6,170 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 10.38 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 48.39
- รถยนต์นั่ง BEV 1,410 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 2.37 ของการส่งออกทั้งหมด ในปี 2568 ไม่มีการส่งออก
- รถยนต์นั่ง PHEV 332 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 0.56 ของการส่งออกทั้งหมด ในปี 2568 ไม่มีการส่งออก
- รถยนต์นั่ง HEV 6,565 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 11.05 ของการส่งออกทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 26.88
- รถ PPV 10,869 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 18.29 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 4.31
มูลค่าการส่งออกรถยนต์ 41,723.09 ล้านบาท ลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2568 ร้อยละ 24.36 และเครื่องยนต์และชิ้นส่วนส่งออกมีการเปลี่ยนแปลงดังนี้
- เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 4,467.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2568 ร้อยละ 42.51
- ชิ้นส่วนรถยนต์อื่น ๆ มีมูลค่าการส่งออก 15,804.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2568 ร้อยละ 0.33
- อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 2,044.20 ล้านบาท ลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2568 ร้อยละ 14.13
รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนพฤษภาคม 2569 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 64,039.74 ล้านบาท ลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2568 ร้อยละ 16.21
รถจักรยานยนต์
เดือนพฤษภาคม 2569 มีจำนวนส่งออก 81,396 คัน (รวม CBU + CKD) เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2569 ร้อยละ 19.40 และเพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2568 ร้อยละ 21.39 โดยมีมูลค่า 5,477.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2568 ร้อยละ 14.30
- ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 214.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2568 ร้อยละ 5.23
- อะไหล่รถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 295.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2568 ร้อยละ 33.98
รวมมูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนต์ เดือนพฤษภาคม 2569 ชิ้นส่วนและอะไหล่รถจักรยานยนต์ 5,987.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2568 ร้อยละ 14.78
เดือนพฤษภาคม 2569 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่น ๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 70,027.71 ล้านบาท ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 14.23
รถยนต์สำเร็จรูป
เดือนมกราคม – พฤษภาคม 2569 ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 339,618 คัน ลดลงจากช่วงระยะเวลาเดียวกันร้อยละ 8.53 แบ่งเป็น
- รถกระบะ 210,459 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 61.97 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 12.31
- รถกระบะ BEV 199 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 0.06 ของการส่งออกทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 804.55
- รถยนต์นั่ง ICE 31,329 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 9.22 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 41.61
- รถยนต์นั่ง BEV 8,566 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 2.52 ของการส่งออกทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 1,197.88
- รถยนต์นั่ง PHEV 981 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 0.29 ของการส่งออกทั้งหมด ในปี 2568 ไม่มีการส่งออก
- รถยนต์นั่ง HEV 34,324 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 10.11 ของการส่งออกทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 54.52
- รถ PPV 53,760 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 15.83 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 1.75
มูลค่าการส่งออกรถยนต์ 230,947.90 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 10.11 โดยมีรายละเอียด ดังนี้
- เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 16,403.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 8.13
- ชิ้นส่วนรถยนต์อื่น ๆ มีมูลค่าการส่งออก 75,283.33 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 4.35
- อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 9,371.58 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 15.79
รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนมกราคม – พฤษภาคม 2569 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 332,005.97 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 8.27
รถจักรยานยนต์
เดือนมกราคม – พฤษภาคม 2569 รถจักรยานยนต์ มีจำนวนส่งออก 401,739 คัน (รวม CBU + CKD) เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 8.47 มีมูลค่า 28,568.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 7.18
- ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 942.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 4.83
- อะไหล่รถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 1,249.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 17.29
รวมมูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม – พฤษภาคม 2569 ชิ้นส่วนและอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 30,759.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 7.49
เดือนมกราคม – พฤษภาคม 2569 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่นๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 362,765.62 ล้านบาท ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 7.11
ข้อมูลจดทะเบียนที่ใช้เชื้อเพลิงต่าง ๆ เดือนพฤษภาคม 2569 (เฉพาะ รย.1)*
เดือนพฤษภาคม 2569 มียานยนต์ใช้เชื้อเพลิงประเภทต่างๆ จำนวน 54,197คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 10.54 โดยแบ่งเป็น
- ประเภทไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 18,073 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 52.81
- ประเภทน้ำมันเบนซิน มีจำนวน 8,554 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 31.08
- ประเภทน้ำมันดีเซล มีจำนวน 10,032 ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 3.43
- ประเภทน้ำมันผสมไฟฟ้า (HEV) มีจำนวน 15,095 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 25.80
- ประเภทน้ำมันผสมไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) มีจำนวน 2,437 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 1.46
- อื่น ๆ มีจำนวน 6 คัน ในปี 2568 ไม่มีการจดทะเบียน
เดือนมกราคม - พฤษภาคม 2569 มียานยนต์ใช้เชื้อเพลิงประเภทต่าง ๆ จำนวน 272,159 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 17.90 โดยแบ่งเป็น
- ประเภทไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 83,320 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 94.23
- ประเภทน้ำมันเบนซิน มีจำนวน 47,276 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 23.36
- ประเภทน้ำมันดีเซล มีจำนวน 58,097 เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 3.14
- ประเภทน้ำมันผสมไฟฟ้า (HEV) มีจำนวน 75,581 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 25.68
- ประเภทน้ำมันผสมไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) มีจำนวน 7,879 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 19.52
- อื่น ๆ มีจำนวน 6 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 500
ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท BEV เดือนพฤษภาคม 2569*
เดือนพฤษภาคม 2569 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 21,619 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วร้อยละ 55.14 โดยแบ่งเป็น
- รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่าง ๆ มีทั้งสิ้น 18,259 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2568 ร้อยละ 51.48
o รถยนต์นั่งจำนวน 18,077 คัน
o รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน จำนวน 178 คัน
o รถยนต์บริการธุรกิจ จำนวน 1 คัน
o รถยนต์บริการทัศนาจร จำนวน 3 คัน
- รถกระบะ รถแวนมีทั้งสิ้น 113 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2568 ร้อยละ 707.14
- รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 3,189 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2568 ร้อยละ 73.03
o รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลจำนวน 3,189 คัน
- รถยนต์สามล้อมีทั้งสิ้น 4 คัน โดยเดือนพฤษภาคม 2568 ไม่มีการจดทะเบียน
o รถยนต์สามล้อส่วนบุคคลจำนวน 4 คัน
- รถโดยสารมีทั้งสิ้น 6 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วร้อยละ 100
- รถบรรทุกมีทั้งสิ้น 48 คัน ลดลงจากเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วร้อยละ 128.57
เดือนมกราคม - พฤษภาคม 2569 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน 97,112 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - พฤษภาคมปีที่แล้วร้อยละ 79.99 โดยแบ่งเป็น
- รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 85,571 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 95.20
o รถยนต์นั่ง จำนวน 85,322 คัน
o รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน จำนวน 1,929 คัน
o รถยนต์บริการธุรกิจ จำนวน 20 คัน
o รถยนต์บริการทัศนาจร จำนวน 18 คัน
- รถกระบะ รถแวนมีทั้งสิ้น 249 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 104.10
- รถยนต์สามล้อมีทั้งสิ้น 21 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 162.50
o รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล จำนวน 21 คัน
- รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 11,278 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 13.37
o รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล จำนวน 11,276 คัน
o รถจักรยานยนต์สาธารณะ จำนวน 2 คัน
- รถโดยสารมีทั้งสิ้น 68 คัน เพิ่มขึ้นเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 28.30
- รถบรรทุกมีทั้งสิ้น 174 คัน เพิ่มขึ้นเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 59.63
ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท HEV เดือนพฤษภาคม 2569
เดือนพฤษภาคม 2569 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (HEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 15,153 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วร้อยละ 24.70 โดยแบ่งเป็น
- รถยนต์นั่งและรถประเภทต่าง ๆ มีทั้งสิ้น 15,102 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2568 ร้อยละ 25.39
o รถยนต์นั่ง จำนวน 15,095 คัน
o รถยนต์บริการทัศนาจร จำนวน 7 คัน
- รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 51 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 52.78
o รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล จำนวน 51 คัน
เดือนมกราคม - พฤษภาคม 2569 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (HEV) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน 75,909 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - พฤษภาคมปีที่แล้วร้อยละ 24.86 โดยแบ่งเป็น
- รถยนต์นั่งและรถประเภทต่าง ๆ มีทั้งสิ้น 75,631 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 25.32
o รถยนต์นั่ง จำนวน 75,581 คัน
o รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน จำนวน 5 คัน
o รถยนต์บริการธุรกิจจำนวน 10 คัน
o รถยนต์บริการทัศนาจรจำนวน 35 คัน
- รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 278 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2568 ร้อยละ 36.96
o รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลจำนวน 278 คัน
ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท PHEV เดือนพฤษภาคม 2569
เดือนพฤษภาคม 2569 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (PHEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 2,437 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วร้อยละ 1.46 โดยแบ่งเป็น
- รถยนต์นั่งและรถประเภทต่าง ๆ มีทั้งสิ้น 2,437 คัน ลดลงจากเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วร้อยละ1.46
o รถยนต์นั่งจำนวน 2,437 คัน
เดือนมกราคม - พฤษภาคม 2569 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (PHEV) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน 7,885 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม - พฤษภาคมปีที่แล้วร้อยละ 19.72 โดยแบ่งเป็น
- รถยนต์นั่งและรถประเภทต่าง ๆ มีทั้งสิ้น 7,885 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – พฤษภาคม ปีที่แล้วร้อยละ 19.72
o รถยนต์นั่ง จำนวน 7,879 คัน
o รถยนต์บริการธุรกิจ 5 คัน
o รถยนต์บริการทัศนาจร 1 คัน
ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท BEV ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2569
ณ วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท BEV มีจำนวนทั้งสิ้น 468,757คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 67.06 โดยแบ่งประเภทได้ ดังนี้
- รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่าง ๆ มีทั้งสิ้น 365,638 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 80.29
o รถยนต์นั่งมีจำนวน 354,122 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 78.38
o รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คนมีจำนวน 8,369 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 164.93
o รถยนต์บริการธุรกิจมีจำนวน 264 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 21.66
o รถยนต์บริการทัศนาจรมีจำนวน 339 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 86.26
o รถยนต์บริการให้เช่ามีจำนวน 6 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 100
o รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มีจำนวน 2,538 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 253.48
- รถกระบะและรถแวนมีจำนวน 1,792 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 80.46
- รถยนต์ 3 ล้อมีจำนวนทั้งสิ้น 1,056 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 2.72
o รถยนต์สามล้อส่วนบุคคลมีจำนวน 150 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 26.05
o รถยนต์รับจ้างสามล้อมีจำนวน 906 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 0.33
- รถจักรยานยนต์มีจำนวนทั้งสิ้น 95,879 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 33.29
o รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลมีจำนวน 95,705 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 33.25
o รถจักรยานยนต์สาธารณะมีจำนวน 174 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 59.63
- อื่น ๆ
o รถโดยสารมีจำนวนทั้งสิ้น 2,954 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 4.09
o รถบรรทุกมีจำนวนทั้งสิ้น 1,438 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 43.08
ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท HEV ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2569
ณ วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท HEV มีจำนวนทั้งสิ้น 680,068คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 28.42 โดยแบ่งประเภทได้ ดังนี้
- รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่าง ๆ มีทั้งสิ้น 669,885 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 28.85
o รถยนต์นั่งมีจำนวน 667,876 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 28.80
o รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารฯ มีจำนวน 513 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 1.18
o รถยนต์บริการธุรกิจ มีจำนวน 258 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 47.43
o รถยนต์บริการทัศนาจร มีจำนวน 381 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 37.05
o รถยนต์บริการให้เช่า มีจำนวน 11 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 57.14
o รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มีจำนวน 846 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 126.81
- รถกระบะและรถแวนมีจำนวน 1 คัน เท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2568
- รถจักรยานยนต์มีจำนวนทั้งสิ้น 10,180 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 5.44
o รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลมีจำนวน 10,180 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 5.44
- อื่น ๆ
o รถโดยสารมีจำนวนทั้งสิ้น 2 คัน ซึ่งเท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2568
ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท PHEV ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2569
ณ วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท PHEV มีจำนวนทั้งสิ้น 89,132คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 22.23 โดยแบ่งประเภทได้ ดังนี้
- รถยนต์นั่งและรถประเภทต่าง ๆ มีทั้งสิ้น 89,132 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 22.23
o รถยนต์นั่งมีจำนวน 89,035 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 22.26
o รถยนต์โดยสารรับจ้างไม่เกิน 7 คนจำนวน 1 คัน ซึ่งเท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2568
o รถยนต์บริการธุรกิจมีจำนวน 43 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 30.65
o รถยนต์บริการทัศนาจรมีจำนวน 29 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 38.10
o รถยนต์บริการให้เช่ามีจำนวน 3 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 40
o รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มีจำนวน 21 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 ร้อยละ 250

