TVH เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 69

กำไรโตแข็งแกร่งกว่า 102%

ผลการดำเนินงานการบริการประกันภัยเติบโตกว่า 34%

 

บริษัท ไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TVH รายงานผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี พ.ศ. 2569 โดยกลุ่มบริษัทมีผลการดำเนินงานการบริการประกันภัยเติบโตกว่า 34%  ในขณะที่กำไรสำหรับงวดเพิ่มขึ้น 102% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความแข็งแกร่งจากการบริหารงานผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การขยายช่องทางจำหน่ายและการสร้างเครือข่ายพันธมิตร รวมถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม

นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TVH เปิดเผยว่า “บทบาทของไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้งส์ คือการกำหนดทิศทางและจัดสรรทรัพยากรให้กลุ่มธุรกิจหลักประกันภัยไทยวิวัฒน์เติบโตอย่างมีคุณภาพ ในครึ่งปีแรกมาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายช่องทางและพันธมิตร รวมถึงการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ลูกค้าและคุณภาพการรับประกันภัยที่ดีขึ้นจากการใช้ข้อมูลช่วยตัดสินใจ สิ่งที่เราให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ลูกค้าลดความเสี่ยงได้จริง เพราะเมื่อลูกค้าปลอดภัยขึ้น ต้นทุนสินไหมก็บริหารได้ดีขึ้น และธุรกิจก็เติบโตอย่างแข็งแกร่งเช่นกัน โดยกลุ่มประกันภัยรถยนต์ (Motor) ยังเป็นแกนหลักของประกันภัยไทยวิวัฒน์ ในขณะที่กลุ่มประกันภัย Non-Motor เป็น Growth Engine ที่สำคัญ”

ปรับเปลี่ยนจาก Traditional Distribution สู่ Ecosystem Solution

TVH เดินหน้าปรับรูปแบบการเข้าถึงลูกค้าของธุรกิจหลัก จากการพึ่งพาช่องทางประกันภัยแบบดั้งเดิม ทั้งตัวแทน นายหน้า และดีลเลอร์รถยนต์ สู่ Ecosystem Solution ที่เชื่อมต่อกับพันธมิตรในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งค้าปลีก บริการทางการเงิน สื่อ เทคโนโลยีและโทรคมนาคม และแพลตฟอร์มออนไลน์ และต่อยอดช่องทางที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค เช่น Payment Gateway และแพลตฟอร์มท่องเที่ยว เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าใหม่และขยายฐานธุรกิจในระยะยาว

ครึ่งปีหลังส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ ต่อยอด New Growth Engine

ประกันภัยไทยวิวัฒน์เดินหน้าขยายธุรกิจ Non-Motor ซึ่งมองว่าจะเป็น Growth Engine สำคัญในระยะถัดไป ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และการสร้างฐานลูกค้าผ่าน Partnership Ecosystem เช่น การทำประชาสัมพันธ์ร่วมกับ ไทยรัฐกรุ๊ป ในการเจาะกลุ่ม Mass Market เพื่อแนะนำประกันมะเร็งและประกันอุบัติเหตุที่มีความคุ้มครองที่เข้าใจง่าย ชำระเบี้ยรายเดือน และทำธุรกรรมออนไลน์ได้ด้วยตนเอง นอกจากนั้นบริษัทฯ ยังได้ออกแบบผลิตภัณฑ์ TVI Homie Care ประกันอัคคีภัยบ้านที่ขยายความคุ้มครองสู่ความเสี่ยงในชีวิตประจำวัน เช่น EV Charger และสัตว์เลี้ยง ตลอดจนประกันสุขภาพที่พัฒนาร่วมกับ TrueMoney เพื่อให้ลูกค้าเลือกระดับความคุ้มครองได้ตามงบประมาณ และขยายการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าดิจิทัลรายใหม่

ยกระดับ Customer Experience ด้วยบริการที่ตอบโจทย์ Lifestyle ประกันเดินทาง

ด้านการบริการประกันภัยไทยวิวัฒน์ เดินหน้าพัฒนาประสบการณ์ลูกค้า ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ พลัส เปิดตัว TVI Smart Delay ให้ลูกค้าสามารถใช้บริการห้องรับรองสนามบินทั่วโลกได้ฟรีทันที เมื่อเที่ยวบินล่าช้าเกิน 90 นาที สะท้อนแนวทางการพัฒนาประกันภัยให้เชื่อมโยงกับ Lifestyle และสร้างประสบการณ์ที่มีคุณค่าในทุกช่วงเวลาของลูกค้า

กลุ่ม Motor เดินหน้าด้วยนวัตกรรมและยกระดับการให้บริการ

เตรียมเปิดตัว Crash Detection เทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่เมื่อเกิดอุบัติเหตุแบบเรียลไทม์ พร้อมยกระดับมาตรฐานของอู่ซ่อมผ่านโครงการ Thaivivat Guarantee และจัดตั้งศูนย์ Quality Control Center เพื่อควบคุมคุณภาพการซ่อมและมาตรฐานอะไหล่ รวมถึงการเพิ่มบริการรถใช้ระหว่างซ่อม เพื่อยกระดับประสบการณ์การดูแลลูกค้าหลังเกิดเหตุ

ยกระดับธุรกิจประกันภัยแบบ End-to-End ด้วย AI Technology ที่ใช้งานจริงต่อเนื่อง

อีกหนึ่งการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่ TVH ผลักดันผ่าน TVI คือการนำ AI มาใช้ยกระดับกระบวนการประกันภัยแบบ End-to-End ตั้งแต่การรับประกันภัย การเคลม ไปจนถึงการซ่อม โดยมีทั้ง MARS Inspect ระบบ AI ตรวจสภาพรถก่อนรับประกันภัย, Claim Generate ที่วิเคราะห์ภาพความเสียหาย ประเมินค่าสินไหม และสร้างใบเคลมได้อัตโนมัติ และ MARS Garage ที่ช่วยอู่ประเมินความเสียหาย ลดขั้นตอนเอกสารและเพิ่มความรวดเร็วในการอนุมัติซ่อม สะท้อนการลงทุนด้านเทคโนโลยีที่นำไปใช้งานจริง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนการดำเนินงาน ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน พร้อมวางรากฐานสำคัญสู่การเป็นผู้นำด้าน InsurTech ของไทย

นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล กล่าวปิดท้ายถึงแนวโน้มครึ่งปีหลังว่า “เศรษฐกิจครึ่งปีหลังยังคงเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนของราคาพลังงาน ภาวะเงินเฟ้อ และความไม่แน่นอนของการค้าโลก ซึ่งอาจกระทบกำลังซื้อและเบี้ยประกันภัยใหม่ในบางผลิตภัณฑ์ ในขณะที่ต้นทุนการเคลมอาจถูกกดดันจากเงินเฟ้อ ทั้งค่าซ่อมรถ ค่ารักษาพยาบาล และค่าซ่อมแซมทรัพย์สิน การลงทุนใน AI Ecosystem จึงไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่คือเครื่องมือที่ช่วยเราควบคุมต้นทุน เร่งความเร็วในการบริการ และต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ดียิ่งขึ้น ควบคู่กับการขยายช่องทาง การเข้าถึงลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น”